Pollen ละอองเกสร เรณู ดอกไม้ ดอกพืช

Pollen ละอองเกสร เรณู ดอกไม้ ดอกพืช

มาดูภาพถ่ายของPollen ละอองเกสร เรณู ดอกไม้ ดอกพืชด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนฯ
SEM กันครับ
โดยตัวอย่างPollen ละอองเกสร เรณู ดอกไม้ ดอกพืชเราจะนำมาฉาบเคลือบทองคำ 99.99%
กันก่อนด้วยเครื่อง Sputter coater เพื่อให้ตัวอย่างนำไฟฟ้าได้ ก่อนเข้ากล้อง SEM เพื่อถ่าย
ภาพในโหมด High Vacuum (HV SEM) ได้ ภาพออกมาเป็นแบบ SEI

ตามภาพเป็นภาพPollen ละอองเกสร เรณู ดอกไม้ ดอกพืช
ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM ที่ 10kv (กิโลโวลท์)
กำลังขยาย x 1,500 เท่า สเกล 10 um (ไมโครเมตร) หรือ 0.01 มิลลิเมตร
ถ่ายในโหมด High vacuum (ความเป็นสูญญากาศสูง) ภาพแบบ SEI
ถ่ายโดย www.dosem24hr.com

ตามภาพเป็นภาพPollen ละอองเกสร เรณู ดอกไม้ ดอกพืช
ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM ที่ 10kv (กิโลโวลท์)
กำลังขยาย x 350 เท่า สเกล 50 um (ไมโครเมตร) หรือ 0.05 มิลลิเมตร
ถ่ายในโหมด High vacuum (ความเป็นสูญญากาศสูง) ภาพแบบ SEI
ถ่ายโดย www.dosem24hr.com

ตามภาพเป็นภาพPollen ละอองเกสร เรณู ดอกไม้ ดอกพืช
ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM ที่ 10kv (กิโลโวลท์)
กำลังขยาย x 2,000 เท่า สเกล 10 um (ไมโครเมตร) หรือ 0.01 มิลลิเมตร
ถ่ายในโหมด High vacuum (ความเป็นสูญญากาศสูง) ภาพแบบ SEI
ถ่ายโดย www.dosem24hr.com

ตามภาพเป็นภาพPollen ละอองเกสร เรณู ดอกไม้ ดอกพืช
ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM ที่ 10kv (กิโลโวลท์)
กำลังขยาย x 5,000 เท่า สเกล 5 um (ไมโครเมตร) หรือ 0.005 มิลลิเมตร
ถ่ายในโหมด High vacuum (ความเป็นสูญญากาศสูง) ภาพแบบ SEI
ถ่ายโดย www.dosem24hr.com



ตามภาพเป็นภาพPollen ละอองเกสร เรณู ดอกไม้ ดอกพืช
ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM ที่ 10kv (กิโลโวลท์)
กำลังขยาย x 1,000 เท่า สเกล 10 um (ไมโครเมตร) หรือ 0.01 มิลลิเมตร
ถ่ายในโหมด High vacuum (ความเป็นสูญญากาศสูง) ภาพแบบ SEI
ถ่ายโดย www.dosem24hr.com


ตามภาพเป็นภาพPollen ละอองเกสร เรณู ดอกไม้ ดอกพืช
ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM ที่ 10kv (กิโลโวลท์)
กำลังขยาย x 2,000 เท่า สเกล 10 um (ไมโครเมตร) หรือ 0.01 มิลลิเมตร
ถ่ายในโหมด High vacuum (ความเป็นสูญญากาศสูง) ภาพแบบ SEI
ถ่ายโดย www.dosem24hr.com



ตามภาพเป็นภาพPollen ละอองเกสร เรณู ดอกไม้ ดอกพืช
ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM ที่ 10kv (กิโลโวลท์)
กำลังขยาย x 2,000 เท่า สเกล 10 um (ไมโครเมตร) หรือ 0.01 มิลลิเมตร
ถ่ายในโหมด High vacuum (ความเป็นสูญญากาศสูง) ภาพแบบ SEI
ถ่ายโดย www.dosem24hr.com

ตามภาพเป็นภาพPollen ละอองเกสร เรณู ดอกไม้ ดอกพืช
ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM ที่ 10kv (กิโลโวลท์)
กำลังขยาย x 10,000 เท่า สเกล 1 um (ไมโครเมตร) หรือ 0.001 มิลลิเมตร
ถ่ายในโหมด High vacuum (ความเป็นสูญญากาศสูง) ภาพแบบ SEI
ถ่ายโดย www.dosem24hr.com

ติดตามภาพถ่ายสวยๆตัวอย่างหลากหลายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนฯ SEM ได้ใหม่
ทาง Do SEM

*********************************************************************

สุดท้ายขอขอบคุณ Do SEM ที่เปิดพื้นที่ให้ มากๆครับ ติดตามบทความต่อๆไปนะครับ

น้อมรับทุกคำชี้แนะครับ Mr.Golf (สิงห์เฒ่าซ่อมเซ็ม) manatsanan2007@hotmail.com
หรือมาพบปะพูดคุยได้ตามประสาได้ที่ BigC จ.สุรินทร์ (แอร์ฟรี 555 จริงๆนะครับ) หรือมา
ติดตามเป็นเพื่อนผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค ฝากคำถามได้ ตามลิงค์ด้านล่างเลยครับ
http://www.facebook.com/JeolOxfordInstruments?ref=hl

*********************************************************************
Pollen, ละอองเกสร, เรณูดอกไม้, เรณูดอกพืช

สถานที่ให้และรับบริการ SEM,EDS : ใกล้ฟิวเจอร์รังสิต และดรีมเวิลด์

Do SEM บริการเครื่อง SEM กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคป แบบส่องกราด

โฆษณา

วิเคราะห์เหรียญกษาปณ์ เหรียญสิบบาท ด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนฯ SEM และเครื่องวิเคราะห์ธาตุ EDS

วิเคราะห์เหรียญกษาปณ์ เหรียญสิบบาท ด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนฯ SEM
และเครื่องวิเคราะห์ธาตุ EDS

เคยสงสัยกันไหมว่าเหรียญกษาปณ์ ที่เราใช้กันอยู่ทำมาจากวัสดุใดกัน และมีส่วนผสมอะไร
บ้างและเท่าไร

บทความนี้ เราจะนำเหรียญกษาปณ์ ขนาดสิบบาทมาวิเคราะห์ ซึ่งเหรียญนี้จะมีสองสี วงนอก
ออกสีเงิน ส่วนวงในออกสีทองเหลือง ซึ่งเราจะได้มาวิเคราะห์กัน เหรียญที่นำมาเป็นเหรียญ
เก่าผ่านการใช้งานมานาน การวิเคราะห์ธาตุจะได้ค่าเชิงปริมาณต่างจากเหรียญใหม่เล็กน้อย

เหรียญกษาปณ์หมุนเวียน (Circulated coins)

เป็นเหรียญกษาปณ์ที่ใช้หมุนเวียนกันอยู่ทั่วไปในชีวิตประจำวัน มี 9 ชนิดราคา คือ 10 บาท,
5 บาท, 2 บาท, 1 บาท, 50 สตางค์, 25 สตางค์, 10 สตางค์, 5 สตางค์ และ 1 สตางค์
แต่ที่ใช้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมี 6 ชนิดราคา คือ 10 บาท, 5 บาท, 2 บาท, 1 บาท,
50 สตางค์, 25 สตางค์ ส่วนเหรียญชนิดราคา 10 สตางค์, 5 สตางค์ และ1 สตางค์ มีใช้ใน
ทางบัญชีเท่านั้น

ลักษณะเหรียญกษาปณ์ ขนาดสิบบาท ด้านหน้า

ลักษณะเหรียญกษาปณ์ ขนาดสิบบาท ด้านหลัง

ตามภาพเป็นภาพเหรียญสิบด้านหลัง
ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM ที่ 20kv (กิโลโวลท์)
กำลังขยาย x 15 เท่า สเกล 1 mm (มิลลิเมตร)
ถ่ายในโหมด High vacuum (ความเป็นสูญญากาศสูง) ภาพแบบ SEI
ถ่ายโดย www.dosem24hr.com



ตามภาพเป็นภาพเหรียญสิบด้านหลัง
ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM ที่ 20kv (กิโลโวลท์)
กำลังขยาย x 15 เท่า สเกล 1 mm (มิลลิเมตร)
ถ่ายในโหมด High vacuum (ความเป็นสูญญากาศสูง) ภาพแบบ SEI
ถ่ายโดย www.dosem24hr.com

ตามภาพเป็นภาพเหรียญสิบด้านหลัง บริเวณรอยต่อวงในและวงนอก
ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM ที่ 20kv (กิโลโวลท์)
กำลังขยาย x 100 เท่า สเกล 100 um (ไมครอน ) หรือ 0.1 มิลลิเมตร
ถ่ายในโหมด High vacuum (ความเป็นสูญญากาศสูง) ภาพแบบ SEI
ถ่ายโดย www.dosem24hr.com

ตามภาพเป็นภาพเหรียญสิบด้านหลัง บริเวณผิววงใน(สีทองเหลือง)
ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM ที่ 20kv (กิโลโวลท์)
กำลังขยาย x 500 เท่า สเกล 50 um (ไมครอน ) หรือ 0.05 มิลลิเมตร
ถ่ายในโหมด High vacuum (ความเป็นสูญญากาศสูง) ภาพแบบ SEI
ถ่ายโดย www.dosem24hr.com

วิเคราะห์เหรียญสิบด้านหลัง บริเวณผิววงใน Coin Analysis ด้วยเครื่องวิเคราะห์ธาตุ
EDS/EDX

วิเคราะห์เหรียญสิบด้านหลัง บริเวณผิววงในเชิงคุณภาพ Qualitative Analysis 

ตามภาพบนที่กำลังขยาย 500 เท่าเราจะวิเคราะห์ด้านเชิงคุณภาพ ทั้งภาพที่แสดง
ผลการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ จะได้ผลเป็นกราฟเชิงคุณภาพเหมือนภาพล่าง

เราจะได้ผลว่ามีองค์ประกอบธาตุหรือสาร C คาร์บอน,O ออกซิเจน,Al อลูมิเนียม
,Si ซิลิกอน,Ni นิเกิล และ Cu ทองแดง อยู่บนพื้นที่ที่เราวิเคราะห์ ตามภาพด้านบน

บทความที่เกี่ยวข้อง : วิเคราะห์ธาตุเชิงปริมาณ เชิงคุณภาพด้วย EDS,EDX คลิก

กราฟเชิงคุณภาพแบบที่ 1 ตำแน่งภาพด้านบน

จากผลการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ เราทราบแล้วว่ามีธาตุอะไรบ้าง แต่ยังไม่ทราบว่า
มีปริมาณธาตุใดๆอยู่เท่าไร เราจะมาวิเคราะห์เชิงปริมาณกันต่อ

วิเคราะห์ธาตุเชิงปริมาณ Qualitative Analysis
การวิเคราะห์เชิงปริมาณ เราจะได้ค่าเป็น Element % หรือเรียกอีกชื่อ Wt% (weight %)
หรืออีกชื่อ Con% (concentration%) และ Atomic%
บทความที่เกี่ยวข้อง : วิเคราะห์ธาตุเชิงปริมาณ เชิงคุณภาพด้วย EDS,EDX คลิก

ตามภาพล่างจะวิเคราะห์เชิงปริมาณแบบ

Quantitative method: ZAF ( 4 iterations).

Analysed all elements and normalised results.

ตามผลด้านล่างเราจะวิเคราะห์ธาตุทั้งหมด ที่ตรวจพบเจอในเหรียญสิบด้านหลัง
บริเวณผิววงใน
  ซึ่งเราจะได้องค์ประกอบธาตุหรือสาร
C คาร์บอน 5.83 % ,O ออกซิเจน 7.53 %,Al อลูมิเนียม5.36 %  ,Si ซิลิกอน 0.17 %
Ni นิเกิล 2.22% และ Cu ทองแดง 78.89 %


เชิงปริมาณ ในรูปแบบกราฟ

ตามภาพเป็นภาพเหรียญสิบด้านหลัง บริเวณผิววงนอกสีเงิน
ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM ที่ 20kv (กิโลโวลท์)
กำลังขยาย x 500 เท่า สเกล 50 um (ไมครอน ) หรือ 0.05 มิลลิเมตร
ถ่ายในโหมด High vacuum (ความเป็นสูญญากาศสูง) ภาพแบบ SEI
ถ่ายโดย www.dosem24hr.com

วิเคราะห์เหรียญสิบด้านหลัง บริเวณผิววงนอกเชิงคุณภาพ Qualitative Analysis
เราจะได้ผลว่ามีองค์ประกอบธาตุหรือสาร C คาร์บอน,O ออกซิเจน,Si ซิลิกอน,
Ni นิเกิล และ Cu ทองแดง อยู่บนพื้นที่ที่เราวิเคราะห์ ตามภาพด้านบน
จะไม่มี Al อลูมิเนียม เหมือนเหรียญวงด้านใน

บทความที่เกี่ยวข้อง : วิเคราะห์ธาตุเชิงปริมาณ เชิงคุณภาพด้วย EDS,EDX คลิก

กราฟเชิงคุณภาพแบบที่ 1 ตำแน่งภาพด้านบน

ตามผลด้านล่างเราจะวิเคราะห์ธาตุทั้งหมด ที่ตรวจพบเจอในเหรียญสิบด้านหลัง
บริเวณผิววงนอก
 
ซึ่งเราจะได้องค์ประกอบธาตุหรือสาร
C คาร์บอน 6.02 % ,O ออกซิเจน 3.15 % ,Si ซิลิกอน 0.13 % Ni นิเกิล 23.94%
และ Cu ทองแดง 66.76 %


เชิงปริมาณ ในรูปแบบกราฟ

ตามภาพเป็นภาพเหรียญสิบด้านหลัง บริเวณรอยต่อระหว่างวงในและวงนอก
ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM ที่ 20kv (กิโลโวลท์)
กำลังขยาย x 100 เท่า สเกล 100 um (ไมครอน ) หรือ 0.1 มิลลิเมตร
ถ่ายในโหมด High vacuum (ความเป็นสูญญากาศสูง) ภาพแบบ SEI
ถ่ายโดย www.dosem24hr.com

เรามาวิเคราะห์ช่วงรอยเชื่อมระหว่างวงในวงนอกกันต่อค่ะ
ตามภาพเป็นภาพเหรียญสิบด้านหลัง บริเวณรอยต่อระหว่างวงในและวงนอก
ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM ที่ 20kv (กิโลโวลท์)
กำลังขยาย x 500 เท่า สเกล 50 um (ไมครอน ) หรือ 0.05 มิลลิเมตร
ถ่ายในโหมด High vacuum (ความเป็นสูญญากาศสูง) ภาพแบบ SEI
ถ่ายโดย www.dosem24hr.com

วิเคราะห์เหรียญสิบด้านหลัง บริเวณรอยต่อเชื่อมเชิงคุณภาพ Qualitative Analysis
เราจะได้ผลว่ามีองค์ประกอบธาตุหรือสาร C คาร์บอน,O ออกซิเจน,Si ซิลิกอน,
,Ca แคลเซียม,,Cl ครอรีน,Fe เหล็ก ,Mg แมกนีเซียม, K โปรแตสเซียม,Ni นิเกิล
Mo โมลิดินั่ม ,Al อลูมิเนียม และ Cu ทองแดง อยู่บนพื้นที่ที่เราวิเคราะห์ ตามภาพด้านบน

บทความที่เกี่ยวข้อง : วิเคราะห์ธาตุเชิงปริมาณ เชิงคุณภาพด้วย EDS,EDX คลิก

กราฟเชิงคุณภาพแบบที่ 1 ตำแน่งภาพด้านบน


ตามผลด้านล่างเราจะวิเคราะห์ธาตุทั้งหมด ที่ตรวจพบเจอในเหรียญสิบด้านหลัง
บริเวณรอยต่อแนวเชื่อมของเหรียญ
 
ซึ่งเราจะได้องค์ประกอบธาตุหรือสาร
C คาร์บอน 29.38 % ,O ออกซิเจน 52.00 % ,Si ซิลิกอน 6.93 % Ni นิเกิล 1.46%
และอื่นๆตามผลล่าง

เชิงปริมาณ ในรูปแบบกราฟ

การวิเคราะห์ดูการกระจายตัว แบบ Speed Mapping (เชิงคุณภาพ)

จากผลการวิเคราะห์เชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ เนื่องจากเราเลือกใช้วิเคราะห์ทั้งภาพ(Area)
ไม่ได้เลือกใช้วิธียิงเป็นจุด (Point) ทำให้ผลที่ได้คือผลที่ได้ทั้งหมดที่เราเห็นตามภาพ ถ้า
เราจะใช้วิธีการยิงเป็นจุด เพือจะให้ทราบตำแหน่งธาตุก็ได้ แต่อาจจะต้องยิงหลายจุด จะมีวิธี
การหาตำแหน่งของธาตุแบบรวดเร็ว ดูการกระจายตัว เช็คเพสที่เรียกว่า Mapping ตามผล
ด้านล่างเราก็จะทราบ ตำแหน่งแต่ละธาตุว่าอยู่ส่วนใหนของตัวอย่างได้

ตามภาพล่างนี้ที่กำลัง x100 เราจะมาดูการกระจายตัวด้วยการทำ Mapping

การอ่านผล ยกตัวอย่างตรงตำแหน่งภาพช่อง O ออกซิเจน เราพบว่าตรงตำแหน่งสีสว่างมากตาม
ภาพเป็นสีเหลืองจะมี O ออกซิเจน มากรองลงมาสีเขียว สีฟ้า น้ำเงินมีปริมาณน้อยมาก ส่วนสีดำ
ไม่มี O ออกซิเจน

และบริเวณรอยต่อเราจะพบว่ามีช่อง Si,O,Mg,Al,Ca,C ที่จะมีสีสว่างมาก

บทความที่เกี่ยวข้องและการดูผล : การทำ Mapping แบบเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ คลิกค่ะ
*** ภาพแสดงในเว็บขนาด 580×355 ส่วนภาพจริงจะมีขนาด 1024×520

 

ติดตามการวิเคราะห์ เหรียญ 25,50 สตางค์ 1,2,5 บาทกันต่ออีก 1บทความนะค่ะเร็วๆนี้

*********************************************************************

สุดท้ายขอขอบคุณ Do SEM ที่เปิดพื้นที่ให้ มากๆครับ ติดตามบทความต่อๆไปนะครับ

น้อมรับทุกคำชี้แนะครับ Mr.Golf (สิงห์เฒ่าซ่อมเซ็ม) manatsanan2007@hotmail.com
หรือมาพบปะพูดคุยได้ตามประสาได้ที่ BigC จ.สุรินทร์ (แอร์ฟรี 555 จริงๆนะครับ) หรือมา
ติดตามเป็นเพื่อนผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค ฝากคำถามได้ ตามลิงค์ด้านล่างเลยครับ
http://www.facebook.com/JeolOxfordInstruments?ref=hl

*********************************************************************
เหรียญสิบ,เหรียญกษาปณ์,เงินเหรียญ,Coin,Thai Coin,วิเคราะห์เหรียญ,Coin analysis

สถานที่ให้และรับบริการ SEM,EDS : ใกล้ฟิวเจอร์รังสิต และดรีมเวิลด์

Do SEM บริการเครื่อง SEM กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคป แบบส่องกราด

เกลือทะเลหรือ เกลือสมุทร (Sea Salt)

เกลือทะเลหรือ เกลือสมุทร (Sea Salt)

เกลือสมุทร เหมาะสำหรับใช้บริโภคเพราะมีไอโอดีนอยู่โดยไม่ต้องผสมสารไอโอดีนเข้า
ไปเหมือนเกลือสินเธาว์ ร่างกายต้องการไอโอดีนประมาณ75 มิลลิกรัมต่อปี เมื่อได้รับ
ไอโอดีนร่างกายจะนำไปเก็บไว้ในต่อมไทรอยด์ ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมสมอง ประสาท และ
เนื้อเยื่อต่างๆ

ข้อดีของเกลือทะเลหรือ เกลือสมุทร (Sea Salt) จะมีไอโอดีน (I)  ถ้าขาดไอโอดีนจะเป็น
โรคคอพอก และถ้าขาดตั้งแต่ยังเด็ก ร่างกายจะแคระแกร็น สติปัญญา ต่ำ หูหนวก เป็นใบ้
ตาเหล่และอัมพาต

ข้อเสียของเกลือทะเล เกลือสมทรไม่เหมาะใช้ในการอุตสาหกรรม เพราะมีความชื้น และ
แมกนีเซียม (Mg) แคลเซียม (Ca) ค่อนข้างสูง

จึงเป็นที่มาของบทความนี้ ที่เราจะศึกษาหาองค์ประกอบของธาตุ ไอโอดีน และศึกษาองค์
ประกอบธาตุ NaCl โซเดียมครอไรด์ (เกลือแกง) ด้วย เครื่องวิเคราะห์ธาตุ EDS/EDX และ
ศึกษาผลึกเกลือด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคป SEM

ลักษณะผลึกเกลือแบบต่างๆที่ศึกษาด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนฯ SEM กำลังขยายสูง

เกลือสมุทรทำกันมากในบริเวณใกล้ทะเล เช่น ที่จังหวัดสมุทรสาคร เพชรบุรี ฉะเชิงเทรา
และชลบุรี โดยมากทำนาเกลือปีละ 2 ครั้ง ในประเทศไทยจะมีอากาศแห้งแล้งติดต่อกัน
ประมาณครึ่งปี ดังนั้น การทำนาเกลือจึงเริ่มทำตั้งแต่ เดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนพฤษภาคม
หากปีใดฝนตกชุกในระยะดังกล่าวการทำนาเกลือจะไม่ได้ผลเท่าที่ควร

ตามภาพเป็นภาพเกลือ Salt
ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM ที่ 20kv (กิโลโวลท์)
กำลังขยาย x 50 เท่า สเกล 500 um (ไมครอน ) หรือ 0.5 มิลลิเมตร
ถ่ายในโหมด Low vacuum (ความเป็นสูญญากาศต่ำ) ภาพแบบ BEI COMPO
ตัวอย่างเกลือ Salt ไม่ได้ฉาบเคลือบด้วยทอง
ถ่ายโดย www.dosem24hr.com

ตามภาพเป็นภาพเกลือ Salt
ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM ที่ 20kv (กิโลโวลท์)
กำลังขยาย x 100 เท่า สเกล 100 um (ไมครอน ) หรือ 0.1 มิลลิเมตร
ถ่ายในโหมด Low vacuum (ความเป็นสูญญากาศต่ำ) ภาพแบบ BEI COMPO
ตัวอย่างเกลือ Salt ไม่ได้ฉาบเคลือบด้วยทอง
ถ่ายโดย www.dosem24hr.com

ตามภาพเป็นภาพเกลือ Salt
ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM ที่ 20kv (กิโลโวลท์)
กำลังขยาย x 200 เท่า สเกล 100 um (ไมครอน ) หรือ 0.1 มิลลิเมตร
ถ่ายในโหมด Low vacuum (ความเป็นสูญญากาศต่ำ) ภาพแบบ BEI COMPO
ตัวอย่างเกลือ Salt ไม่ได้ฉาบเคลือบด้วยทอง
ถ่ายโดย www.dosem24hr.com

ตามภาพเป็นภาพเกลือ Salt
ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM ที่ 20kv (กิโลโวลท์)
กำลังขยาย x 350 เท่า สเกล 50 um (ไมครอน ) หรือ 0.05 มิลลิเมตร
ถ่ายในโหมด Low vacuum (ความเป็นสูญญากาศต่ำ) ภาพแบบ BEI COMPO
ตัวอย่างเกลือ Salt ไม่ได้ฉาบเคลือบด้วยทอง
ถ่ายโดย www.dosem24hr.com

หลังจากดูภาพแล้ว เราจะเห็นลักษณะผลึกเกลือ รูปร่างเกลือ อยู่ลักษณะใดกันบ้างแล้ว
แต่เราไม่ทราบว่ามีองค์ประกอบธาตุอะไรกันบ้าง และแต่ละธาตุมีปริมาณเท่าใด
เราจะวิเคราะห์กันต่อครับเพื่อหาคำตอบ ด้วยเครื่องวิเคราะห์ธาตุเชิงปริมาณ/คุณภาพ

วิเคราะห์เกลือ Salt Analysis ด้วยเครื่องวิเคราะห์ธาตุ EDS/EDX
วิเคราะห์เกลือเชิงคุณภาพ Qualitative Analysis 

ตามภาพบนที่กำลังขยาย 350 เท่าเราจะวิเคราะห์ด้านเชิงคุณภาพ ทั้งภาพที่แสดง
ผลการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ จะได้ผลเป็นกราฟเชิงคุณภาพเหมือนภาพล่าง
เราจะได้ผลว่ามีองค์ประกอบธาตุหรือสาร C คาร์บอน,O ออกซิเจน,Ca แคลเซียม ,
Cl ครอรีน ,Zn สังกะสี,Cu ทองแดง ,K โปรแตสเซียม ,I ไอโอดีน ,S ซัลเฟอร์,
Si ซิลิกอน,Mg แมกนีเซียม และ Na โซเดียม อยู่บนพื้นที่ที่เราวิเคราะห์ ตามภาพ
ด้านบน

เราจะพบว่าสารและธาตุอาหารจะมีมากกว่าเกลือสินเธาว์ ดูบทความเกลือสินเธาว์

บทความที่เกี่ยวข้อง : วิเคราะห์ธาตุเชิงปริมาณ เชิงคุณภาพด้วย EDS,EDX คลิก

กราฟเชิงคุณภาพแบบที่ 1

กราฟเชิงคุณภาพแบบที่ 2

 

จากผลการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ เราทราบแล้วว่ามีธาตุอะไรบ้าง แต่ยังไม่ทราบว่า  มี
ปริมาณธาตุใดๆอยู่เท่าไร เราจะมาวิเคราะห์เชิงปริมาณกันต่อ

วิเคราะห์ธาตุเชิงปริมาณ Qualitative Analysis
การวิเคราะห์เชิงปริมาณ เราจะได้ค่าเป็น Element % หรือเรียกอีกชื่อ Wt% (weight %)
หรืออีกชื่อ Con% (concentration%) และ Atomic%

บทความที่เกี่ยวข้อง : วิเคราะห์ธาตุเชิงปริมาณ เชิงคุณภาพด้วย EDS,EDX คลิก
ตามภาพล่างจะวิเคราะห์เชิงปริมาณแบบ

Quantitative method: ZAF ( 4 iterations).

Analysed all elements and normalised results.
ตามผลด้านล่างเราจะวิเคราะห์ธาตุทั้งหมด ที่ตรวจพบเจอในเกลือ ซึ่งเราจะได้
องค์ประกอบธาตุหรือสาร C คาร์บอน 9.58% ,O ออกซิเจน 27.10%,Ca แคลเซียม
0.33% ,Cl ครอรีน 32.77% ,Zn สังกะสี 0.44%,Cu ทองแดง 0.71% ,
K โปรแตสเซียม 1.03% ,I ไอโอดีน 0.05% ,S ซัลเฟอร์ 1.28% ,
Si ซิลิกอน 0.19% ,Mg แมกนีเซียม 3.19% และ Na โซเดียม 22.87%

ตามภาพล่างจะวิเคราะห์เชิงปริมาณแบบ 

Quantitative method: ZAF ( 3 iterations).

Analysed elements combined with: O ( Valency: -2)

Method : Stoichiometry Normalised results.

Nos. of ions calculation based on  1 cations per formula.

(Condition เดียวกันกับด้านบนแต่เปลี่ยน Method ) 
จะได้ ค่าธาตุ อยู่ในรูปแบบคอมพาวด์ออกไซด์Compound % การอ่านผลยกตัวอย่าง
จะได้ปริมาณ แคลเซียมออกไซด์ CaO 0.36% ค็อปเปอร์ออกไซด์ CuO 0.70%
และแมกนีเซียมออกไซด์ 4.28%

การวิเคราะห์ดูการกระจายตัว แบบ Speed Mapping (เชิงคุณภาพ)

จากผลการวิเคราะห์เชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ เนื่องจากเราเลือกใช้วิเคราะห์ทั้งภาพ(Area)
ไม่ได้เลือกใช้วิธียิงเป็นจุด (Point) ทำให้ผลที่ได้คือผลที่ได้ทั้งหมดที่เราเห็นตามภาพ ถ้า
เราจะใช้วิธีการยิงเป็นจุด เพือจะให้ทราบตำแหน่งธาตุก็ได้ แต่อาจจะต้องยิงหลายจุด จะมีวิธี
การหาตำแหน่งของธาตุแบบรวดเร็ว ดูการกระจายตัว เช็คเพสที่เรียกว่า Mapping ตามผล
ด้านล่างเราก็จะทราบ ตำแหน่งแต่ละธาตุว่าอยู่ส่วนใหนของตัวอย่างได้

ตามภาพล่างนี้ที่กำลัง x350 เราจะมาดูการกระจายตัวด้วยการทำ Mapping

การอ่านผล ยกตัวอย่างตรงตำแหน่งภาพช่อง O ออกซิเจน เราพบว่าตรงตำแหน่งสีสว่างมากตาม
ภาพเป็นสีเหลืองจะมี O ออกซิเจน มากรองลงมาสีเขียว สีฟ้า น้ำเงินมีปริมาณน้อยมาก ส่วนสีดำ
ไม่มี O ออกซิเจน

บทความที่เกี่ยวข้องและการดูผล : การทำ Mapping แบบเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ คลิกค่ะ
*** ภาพแสดงในเว็บขนาด 580×355 ส่วนภาพจริงจะมีขนาด 1024×520

วิเคราะห์ธาตุกับตัวอย่างที่เป็นเกลือสมุทร ที่มีไอโอดีน โดยที่ไม่ต้องเพิ่ม เสริมเข้าไป
เหมือนเกลือสินเธาว์ และยังพบว่ามีธาตุและสารอาหารมากกว่าเกลือสินเธาว์
ดูบทความที่เกี่ยวข้อง บทความเกลือสินเธาว์

*********************************************************************

สุดท้ายขอขอบคุณ Do SEM ที่เปิดพื้นที่ให้ มากๆครับ ติดตามบทความต่อๆไปนะครับ

น้อมรับทุกคำชี้แนะครับ Mr.Golf (สิงห์เฒ่าซ่อมเซ็ม) manatsanan2007@hotmail.com
หรือมาพบปะพูดคุยได้ตามประสาได้ที่ BigC จ.สุรินทร์ (แอร์ฟรี 555 จริงๆนะครับ) หรือมา
ติดตามเป็นเพื่อนผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค ฝากคำถามได้ ตามลิงค์ด้านล่างเลยครับ
http://www.facebook.com/JeolOxfordInstruments?ref=hl

*********************************************************************
เกลือ,เกลือสมุทร,เกลือทะเล,วิเคราะห์เกลือ,ทดสอบเกลือ,salt analysis,salt,NaCl,โซเดียมครอไรด์

สถานที่ให้และรับบริการ SEM,EDS : ใกล้ฟิวเจอร์รังสิต และดรีมเวิลด์

Do SEM บริการเครื่อง SEM กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคป แบบส่องกราด

 

มอสส์ Moss ความมหัศจรรย์ต้นมอสส์จากกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนฯ

มอสส์ Moss ความมหัศจรรย์ต้นมอสส์จากกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนฯ

มอสส์เป็นพืชขนาดเล็ก มีขนาด 0.5-10 เซนติเมตร ขึ้นอยู่กับสายพันธุและสถานที่เกิด
บางชนิดจะมีขนาดใหญ่ 10 เซนติเมตร มักเกิดสถานที่มีความชื้นสูง ตามพื้นดิน หิน ตาม
ต้นไม้ขนาดใหญ่

ตามภาพล่างเป็นมอสส์ที่เกิดบริเวณใต้ต้นหางกระรอก ที่มีความชื้นสูง ถ้าเทียบกับหญ้า
มาเลย์ตามภาพแล้ว มอสส์จะมีขนาดเล็กมาก

การถ่ายภาพมอสส์ ด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคป SEM เราจะถ่ายกัน 2 โหมด

1. ถ่ายในโหมด LV SEM ตัวอย่างสด ชื้น และไม่นำไฟฟ้า
2. ถ่ายในโหมด HV SEM ตัวอย่างแห้ง ไม่ชื้น และตัวอย่างจะต้องนำไฟฟ้า

แบบแรก Low Vacuum (LV SEM) 

ตามภาพเป็นภาพ มอสส์
ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM ที่ 20kv (กิโลโวลท์)
กำลังขยาย x 50 เท่า สเกล 500 um (ไมครอน ) หรือ 0.5 มิลลิเมตร
ถ่ายในโหมด Low vacuum (ความเป็นสูญญากาศต่ำ) ภาพแบบ BEI COMPO
ตัวอย่าง มอสส์แบบสด มีความชื้น ไม่นำไฟฟ้า
ถ่ายโดย www.dosem24hr.com

ตามภาพเป็นภาพ มอสส์
ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM ที่ 20kv (กิโลโวลท์)
กำลังขยาย x 100 เท่า สเกล 100 um (ไมครอน ) หรือ 0.1 มิลลิเมตร
ถ่ายในโหมด Low vacuum (ความเป็นสูญญากาศต่ำ) ภาพแบบ BEI COMPO
ตัวอย่าง มอสส์แบบสด มีความชื้น ไม่นำไฟฟ้า
ถ่ายโดย www.dosem24hr.com

ตามภาพเป็นภาพ มอสส์
ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM ที่ 20kv (กิโลโวลท์)
กำลังขยาย x 350 เท่า สเกล 50 um (ไมครอน ) หรือ 0.05 มิลลิเมตร
ถ่ายในโหมด Low vacuum (ความเป็นสูญญากาศต่ำ) ภาพแบบ BEI COMPO
ตัวอย่าง มอสส์แบบสด มีความชื้น ไม่นำไฟฟ้า
ถ่ายโดย www.dosem24hr.com

ตามภาพเป็นภาพ มอสส์
ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM ที่ 20kv (กิโลโวลท์)
กำลังขยาย x 100 เท่า สเกล 100 um (ไมครอน ) หรือ 0.1 มิลลิเมตร
ถ่ายในโหมด Low vacuum (ความเป็นสูญญากาศต่ำ) ภาพแบบ BEI COMPO
ตัวอย่าง มอสส์แบบสด มีความชื้น ไม่นำไฟฟ้า
ถ่ายโดย www.dosem24hr.com

ตามภาพเป็นภาพ มอสส์
ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM ที่ 20kv (กิโลโวลท์)
กำลังขยาย x 750 เท่า สเกล 10 um (ไมครอน ) หรือ 0.01 มิลลิเมตร
ถ่ายในโหมด Low vacuum (ความเป็นสูญญากาศต่ำ) ภาพแบบ BEI COMPO
ตัวอย่าง มอสส์แบบสด มีความชื้น ไม่นำไฟฟ้า
ถ่ายโดย www.dosem24hr.com

ตามภาพเป็นภาพ มอสส์
ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM ที่ 20kv (กิโลโวลท์)
กำลังขยาย x 500 เท่า สเกล 50 um (ไมครอน ) หรือ 0.05 มิลลิเมตร
ถ่ายในโหมด Low vacuum (ความเป็นสูญญากาศต่ำ) ภาพแบบ BEI COMPO
ตัวอย่าง มอสส์แบบสด มีความชื้น ไม่นำไฟฟ้า
ถ่ายโดย www.dosem24hr.com

ตามภาพเป็นภาพ มอสส์
ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM ที่ 20kv (กิโลโวลท์)
กำลังขยาย x 35 เท่า สเกล 500 um (ไมครอน ) หรือ 0.5 มิลลิเมตร
ถ่ายในโหมด Low vacuum (ความเป็นสูญญากาศต่ำ) ภาพแบบ BEI COMPO
ตัวอย่าง มอสส์แบบสด มีความชื้น ไม่นำไฟฟ้า
ถ่ายโดย www.dosem24hr.com

แบบสอง High Vacuum (HV SEM) 

ตามภาพเป็นภาพ ต้นมอสส์
ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM ที่ 20kv (กิโลโวลท์)
กำลังขยาย x 50 เท่า สเกล 500 um (ไมครอน ) หรือ 0.5 มิลลิเมตร
ถ่ายในโหมด High vacuum (ความเป็นสูญญากาศสูง) ภาพแบบ SEI
ตัวอย่าง ต้นมอสส์ฉาบเคลือบด้วยทอง,ให้นำไฟฟ้าได้
ถ่ายโดย www.dosem24hr.com

ตามภาพเป็นภาพ ต้นมอสส์
ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM ที่ 20kv (กิโลโวลท์)
กำลังขยาย x 200 เท่า สเกล 100 um (ไมครอน ) หรือ 0.1 มิลลิเมตร
ถ่ายในโหมด High vacuum (ความเป็นสูญญากาศสูง) ภาพแบบ SEI
ตัวอย่าง ต้นมอสส์ฉาบเคลือบด้วยทอง,ให้นำไฟฟ้าได้
ถ่ายโดย www.dosem24hr.com

ตามภาพเป็นภาพ ต้นมอสส์
ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM ที่ 20kv (กิโลโวลท์)
กำลังขยาย x 500 เท่า สเกล 50 um (ไมครอน ) หรือ 0.05 มิลลิเมตร
ถ่ายในโหมด High vacuum (ความเป็นสูญญากาศสูง) ภาพแบบ SEI
ตัวอย่าง ต้นมอสส์ฉาบเคลือบด้วยทอง,ให้นำไฟฟ้าได้
ถ่ายโดย www.dosem24hr.com

ตามภาพเป็นภาพ ต้นมอสส์
ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM ที่ 20kv (กิโลโวลท์)
กำลังขยาย x 200 เท่า สเกล 100 um (ไมครอน ) หรือ 0.1 มิลลิเมตร
ถ่ายในโหมด High vacuum (ความเป็นสูญญากาศสูง) ภาพแบบ SEI
ตัวอย่าง ต้นมอสส์ฉาบเคลือบด้วยทอง,ให้นำไฟฟ้าได้
ถ่ายโดย www.dosem24hr.com

 

ตามภาพเป็นภาพ ต้นมอสส์
ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM ที่ 20kv (กิโลโวลท์)
กำลังขยาย x 100 เท่า สเกล 100 um (ไมครอน ) หรือ 0.1 มิลลิเมตร
ถ่ายในโหมด High vacuum (ความเป็นสูญญากาศสูง) ภาพแบบ SEI
ตัวอย่าง ต้นมอสส์ฉาบเคลือบด้วยทอง,ให้นำไฟฟ้าได้
ถ่ายโดย www.dosem24hr.com

ตามภาพเป็นภาพ ต้นมอสส์
ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM ที่ 20kv (กิโลโวลท์)
กำลังขยาย x 100 เท่า สเกล 100 um (ไมครอน ) หรือ 0.1 มิลลิเมตร
ถ่ายในโหมด High vacuum (ความเป็นสูญญากาศสูง) ภาพแบบ SEI
ตัวอย่าง ต้นมอสส์ฉาบเคลือบด้วยทอง,ให้นำไฟฟ้าได้
ถ่ายโดย www.dosem24hr.com

ตามภาพเป็นภาพ ต้นมอสส์
กำลังขยาย x 750 เท่า สเกล 10 um (ไมครอน ) หรือ 0.01 มิลลิเมตร
ถ่ายในโหมด High vacuum (ความเป็นสูญญากาศสูง) ภาพแบบ SEI
ตัวอย่าง ต้นมอสส์ฉาบเคลือบด้วยทอง,ให้นำไฟฟ้าได้
ถ่ายโดย www.dosem24hr.com

วิเคราะห์ต้นมอสส์ Moss Analysis ด้วยเครื่องวิเคราะห์ธาตุ EDS/EDX
วิเคราะห์ต้นมอสส์ Moss  เชิงคุณภาพ Qualitative Analysis ณ.ตำแหน่งภาพบน

ตามภาพบนที่กำลังขยาย 750 เท่าเราจะวิเคราะห์ด้านเชิงคุณภาพ ทั้งภาพที่แสดง
ผลการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ จะได้ผลเป็นกราฟเชิงคุณภาพเหมือนภาพล่าง

เราจะได้ผลว่ามีองค์ประกอบธาตุหรือสาร C คาร์บอน,O ออกซิเจน,Ca แคลเซียม
,Fe เหล็ก,Mg แมกนีเซียม,Si ซิลิกอน ,Cu ทองแดง,Al อลูมิเนียม,K โปแตสเซียม,
P ฟอสฟอรัส และ S ซัลเฟอร์อยู่บนพื้นที่ที่เราวิเคราะห์ ตามภาพด้านบน


บทความที่เกี่ยวข้อง : วิเคราะห์ธาตุเชิงปริมาณ เชิงคุณภาพด้วย EDS,EDX คลิก

กราฟเชิงคุณภาพแบบที่ 1


กราฟเชิงคุณภาพแบบที่ 2

จากผลการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ เราทราบแล้วว่ามีธาตุอะไรบ้าง แต่ยังไม่ทราบว่า
มีปริมาณธาตุใดๆอยู่เท่าไร เราจะมาวิเคราะห์เชิงปริมาณกันต่อ

วิเคราะห์ธาตุเชิงปริมาณ Qualitative Analysis
การวิเคราะห์เชิงปริมาณ เราจะได้ค่าเป็น Element % หรือเรียกอีกชื่อ Wt% (weight %)
หรืออีกชื่อ Con% (concentration%) และ Atomic%
บทความที่เกี่ยวข้อง : วิเคราะห์ธาตุเชิงปริมาณ เชิงคุณภาพด้วย EDS,EDX คลิก

ตามภาพล่างจะวิเคราะห์เชิงปริมาณแบบ

Quantitative method: ZAF ( 4 iterations).

Analysed all elements and normalised results.

ตามผลด้านล่างเราจะวิเคราะห์ธาตุทั้งหมด ที่ตรวจพบเจอในต้นมอสส์ Moss
ซึ่งเราจะได้องค์ประกอบธาตุหรือสาร
C คาร์บอน 48.42 % ,O ออกซิเจน 47.53 %,Ca แคลเซียม
0.81 %   และ Cu ทองแดง 0.44 % เป็นต้น

 
 การวิเคราะห์ดูการกระจายตัว แบบ Speed Mapping (เชิงคุณภาพ)

ตามภาพล่างเราจะเช็ค การกระจายตัวของธาตุ ตามตำแหน่งทั้งหมดที่เห็นตามภาพ

จากผลการวิเคราะห์เชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ เนื่องจากเราเลือกใช้วิเคราะห์ทั้งภาพ(Area)
ไม่ได้เลือกใช้วิธียิงเป็นจุด (Point) ทำให้ผลที่ได้คือผลที่ได้ทั้งหมดที่เราเห็นตามภาพ ถ้า
เราจะใช้วิธีการยิงเป็นจุด เพือจะให้ทราบตำแหน่งธาตุก็ได้ แต่อาจจะต้องยิงหลายจุด จะมีวิธี
การหาตำแหน่งของธาตุแบบรวดเร็ว ดูการกระจายตัว เช็คเพสที่เรียกว่า Mapping ตามผล
ด้านล่างเราก็จะทราบ ตำแหน่งแต่ละธาตุว่าอยู่ส่วนใหนของตัวอย่างได้

การอ่านผล ยกตัวอย่างตรงตำแหน่งภาพช่อง Si เราพบว่าตรงตำแหน่งสีสว่างมากตาม
ภาพเป็นสีขาวจะมี Si มากรองลงมาสีฟ้า น้ำเงินมีปริมาณน้อยมาก ส่วนสีดำไม่มี Si

บทความที่เกี่ยวข้องและการดูผล : การทำ Mapping แบบเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ คลิกค่ะ

*** ภาพแสดงในเว็บขนาด 580×355 ส่วนภาพจริงจะมีขนาด 1024×420

*********************************************************************
สุดท้ายขอขอบคุณ Do SEM ที่เปิดพื้นที่ให้ มากๆครับ ติดตามบทความต่อๆไปนะครับ

น้อมรับทุกคำชี้แนะครับ Mr.Golf (สิงห์เฒ่าซ่อมเซ็ม) manatsanan2007@hotmail.com
หรือมาพบปะพูดคุยได้ตามประสาได้ที่ BigC จ.สุรินทร์ (แอร์ฟรี 555 จริงๆนะครับ) หรือมา
ติดตามเป็นเพื่อนผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค ฝากคำถามได้ ตามลิงค์ด้านล่างเลยครับ
http://www.facebook.com/JeolOxfordInstruments?ref=hl

*********************************************************************

moss,moss analysis,มอสส์,วิเคราะห์มอสส์


สถานที่ให้และรับบริการ SEM,EDS : ใกล้ฟิวเจอร์รังสิต และดรีมเวิลด์

Do SEM บริการเครื่อง SEM กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคป แบบส่องกราด

วิเคราะห์ความเสียหายสายไฟทองแดง copper wire วิเคราะห์รอยสปาร์ค รอยไหม้ และออกไซด์

วิเคราะห์ความเสียหายสายไฟทองแดง copper wire วิเคราะห์รอยสปาร์ค รอยไหม้ และออกไซด์
ด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคป SEM และเครื่องวิเคราะห์ธาตุ EDS/EDX

 

 

ตัวอย่างที่เราทดสอบ เป็นตัวอย่างที่เกิดปัญหาจากการใช้งานจริง เป็นสายไฟต่อจากหม้อไฟ
ขนาด 30/100 Amp.(มิเตอร์) เชื่อมเข้าบ้าน ผ่านการใช้งานมา 8 ปีเต็ม และมีปัญหาเกิดการ
สปาร์คที่มิเตอร์ และไฟตก ไฟไม่นิ่ง เวลาเปิดไฟในบ้านจะสังเกตุว่าหลอดไฟนีออนกระพริบ

สาเหตุเกิดจากมีช่างต่อเติมบ้าน และใช้เครื่องเชื่อมไฟฟ้า ที่กินกระแสมาก ทำให้ช่างต้องต่อ
ไฟเครื่องเชื่อม โดยตรงหลังมิเตอร์ไฟ ต่อโดยหมุนน็อตหลังมิเตอร์ออก ณ.ตำแหน่งไฟออก
2 สองเส้น L-N ให้หลวม แล้วก็ต่อไฟเครื่องเชื่อมเข้าไป หลังใช้เครื่องเชื่อมไฟฟ้าเสร็จ ก็ถอด
สายไฟเครื่องเชื่อมออก แล้วไม่ขันน็อตสายไฟฟ้าเข้าบ้านเราคืน ทำให้สายไฟหลวม เกิดการ
สปาร์ค ไฟตก แต่ออกอาการหลังจากนั้น 3-4 ปีให้หลัง

ตามตัวอย่างสายไฟทองแดง ตามภาพล่าง เราจะมาวิเคราะห์กันทั้งหมด 3 จุด ,P1 บริเวณที่
ห่างจากปลายสายประมาณ 1.5 นิ้ว เป็นตำแหน่งมีปัญหาน้อยสุด ,P2 เป็นตำแหน่งเกิดจาก
สปาร์ค ,P3 เป็นบริเวณที่เกิดออกไซด์ และเป็นตำแหน่งน็อตยึดสายไฟของมิเตอร์(ขาออก)

ตามภาพเป็นภาพสายทองแดง Copper wire ตำแน่ง P1
ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM ที่ 20kv (กิโลโวลท์)
กำลังขยาย x 50 เท่า สเกล 500 um (ไมครอน ) หรือ 0.5 มิลลิเมตร
ถ่ายในโหมด High vacuum (ความเป็นสูญญากาศสูง) ภาพแบบ SEI
ถ่ายโดย www.dosem24hr.com


ตามภาพเป็นภาพสายทองแดง Copper wire ตำแน่ง P1
ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM ที่ 20kv (กิโลโวลท์)
กำลังขยาย x 1000 เท่า สเกล 10 um (ไมครอน ) หรือ 0.01 มิลลิเมตร
ถ่ายในโหมด High vacuum (ความเป็นสูญญากาศสูง) ภาพแบบ SEI
ถ่ายโดย www.dosem24hr.com

วิเคราะห์สายทองแดง Copper wire Analysis ด้วยเครื่องวิเคราะห์ธาตุ EDS/EDX
วิเคราะห์สายทองแดง Copper wire เชิงคุณภาพ Qualitative Analysis ณ.ตำแหน่ง P1

ตามภาพบนที่กำลังขยาย 1000 เท่าเราจะวิเคราะห์ด้านเชิงคุณภาพ ทั้งภาพที่แสดง
ผลการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ จะได้ผลเป็นกราฟเชิงคุณภาพเหมือนภาพล่าง

เราจะได้ผลว่ามีองค์ประกอบธาตุหรือสาร C คาร์บอน,O ออกซิเจน,Ca แคลเซียม
,Cl ครอรีน และ Cu ทองแดง อยู่บนพื้นที่ที่เราวิเคราะห์ ตามภาพด้านบน

บทความที่เกี่ยวข้อง : วิเคราะห์ธาตุเชิงปริมาณ เชิงคุณภาพด้วย EDS,EDX คลิก

กราฟเชิงคุณภาพแบบที่ 1 ตำแน่ง P1

กราฟเชิงคุณภาพแบบที่ 2 ตำแน่ง P1

จากผลการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ เราทราบแล้วว่ามีธาตุอะไรบ้าง แต่ยังไม่ทราบว่า
มีปริมาณธาตุใดๆอยู่เท่าไร เราจะมาวิเคราะห์เชิงปริมาณกันต่อ

วิเคราะห์ธาตุเชิงปริมาณ Qualitative Analysis
การวิเคราะห์เชิงปริมาณ เราจะได้ค่าเป็น Element % หรือเรียกอีกชื่อ Wt% (weight %)
หรืออีกชื่อ Con% (concentration%) และ Atomic%
บทความที่เกี่ยวข้อง : วิเคราะห์ธาตุเชิงปริมาณ เชิงคุณภาพด้วย EDS,EDX คลิก

ตามภาพล่างจะวิเคราะห์เชิงปริมาณแบบ

Quantitative method: ZAF ( 4 iterations).

Analysed all elements and normalised results.

ตามผลด้านล่างเราจะวิเคราะห์ธาตุทั้งหมด ที่ตรวจพบเจอในสายทองแดง Copper wire 
ซึ่งเราจะได้องค์ประกอบธาตุหรือสาร
C คาร์บอน 0.45 % ,O ออกซิเจน 18.89 %,Ca แคลเซียม
0.54 %  ,Cl ครอรีน 6.79 % และ Cu ทองแดง 73.33 %

ตามภาพล่างจะวิเคราะห์เชิงปริมาณแบบ

Quantitative method: ZAF ( 3 iterations).

Analysed elements combined with: O ( Valency: -2)

Method : Stoichiometry Normalised results.

Nos. of ions calculation based on  1 cations per formula.

(Condition เดียวกันกับด้านบนแต่เปลี่ยน Method )

จะได้ ค่าธาตุ อยู่ในรูปแบบคอมพาวด์ออกไซด์Compound % การอ่านผลยกตัวอย่าง
จะได้ปริมาณ แคลเซียมออกไซด์ CaO 0.69% ค็อปเปอร์ออกไซด์ CuO 84.80%


ตามภาพเป็นภาพสายทองแดง Copper wire ตำแน่ง P2 (ตำแหน่งเกิดการสปาร์ค/อาร์ค)
ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM ที่ 20kv (กิโลโวลท์)
กำลังขยาย x 50 เท่า สเกล 500 um (ไมครอน ) หรือ 0.5 มิลลิเมตร
ถ่ายในโหมด High vacuum (ความเป็นสูญญากาศสูง) ภาพแบบ SEI
ถ่ายโดย www.dosem24hr.com

ตามภาพเป็นภาพสายทองแดง Copper wire ตำแน่ง P2 (ตำแหน่งเกิดการสปาร์ค/อาร์ค)
ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM ที่ 20kv (กิโลโวลท์)
กำลังขยาย x 1,000 เท่า สเกล 10 um (ไมครอน ) หรือ 0.01 มิลลิเมตร
ถ่ายในโหมด High vacuum (ความเป็นสูญญากาศสูง) ภาพแบบ SEI
ถ่ายโดย www.dosem24hr.com

 

วิเคราะห์สายทองแดง Copper wire Analysis ด้วยเครื่องวิเคราะห์ธาตุ EDS/EDX
วิเคราะห์สายทองแดง Copper wire เชิงคุณภาพ Qualitative Analysis ณ.ตำแหน่ง P2

ตามภาพบนที่กำลังขยาย 1000 เท่าเราจะวิเคราะห์ด้านเชิงคุณภาพ ทั้งภาพที่แสดง
ผลการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ จะได้ผลเป็นกราฟเชิงคุณภาพเหมือนภาพล่าง

เราจะได้ผลว่ามีองค์ประกอบธาตุหรือสาร C คาร์บอน,O ออกซิเจน,Ca แคลเซียม
,Cl ครอรีน ,Si ซิลิกอน และ Cu ทองแดง อยู่บนพื้นที่ที่เราวิเคราะห์ ตามภาพด้านบน

บทความที่เกี่ยวข้อง : วิเคราะห์ธาตุเชิงปริมาณ เชิงคุณภาพด้วย EDS,EDX คลิก

กราฟเชิงคุณภาพแบบที่ 1 ตำแน่ง P2

กราฟเชิงคุณภาพแบบที่ 2 ตำแน่ง P2

จากผลการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ เราทราบแล้วว่ามีธาตุอะไรบ้าง แต่ยังไม่ทราบว่า
มีปริมาณธาตุใดๆอยู่เท่าไร เราจะมาวิเคราะห์เชิงปริมาณกันต่อ

วิเคราะห์ธาตุเชิงปริมาณ Qualitative Analysis
การวิเคราะห์เชิงปริมาณ เราจะได้ค่าเป็น Element % หรือเรียกอีกชื่อ Wt% (weight %)
หรืออีกชื่อ Con% (concentration%) และ Atomic%
บทความที่เกี่ยวข้อง : วิเคราะห์ธาตุเชิงปริมาณ เชิงคุณภาพด้วย EDS,EDX คลิก

ตามภาพล่างจะวิเคราะห์เชิงปริมาณแบบ

Quantitative method: ZAF ( 4 iterations).

Analysed all elements and normalised results.

ตามผลด้านล่างเราจะวิเคราะห์ธาตุทั้งหมด ที่ตรวจพบเจอในสายทองแดง Copper wire 
ซึ่งเราจะได้องค์ประกอบธาตุหรือสาร
C คาร์บอน 0.62 % ,O ออกซิเจน 18.54 %,Ca แคลเซียม
1.22 %  ,Cl ครอรีน 3.23 % ,Si ซิลิกอน 0.25% และ Cu ทองแดง 76.14 %

ตามภาพล่างจะวิเคราะห์เชิงปริมาณแบบ

Quantitative method: ZAF ( 3 iterations).

Analysed elements combined with: O ( Valency: -2)

Method : Stoichiometry Normalised results.

Nos. of ions calculation based on  1 cations per formula.

(Condition เดียวกันกับด้านบนแต่เปลี่ยน Method )

จะได้ ค่าธาตุ อยู่ในรูปแบบคอมพาวด์ออกไซด์Compound % การอ่านผลยกตัวอย่าง
จะได้ปริมาณ แคลเซียมออกไซด์ CaO 1.53% ค็อปเปอร์ออกไซด์ CuO 86.54%

ตามภาพเป็นภาพสายทองแดง Copper wire ตำแน่ง P3 (ตำแหน่งเกิดออกไซด์)
ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM ที่ 20kv (กิโลโวลท์)
กำลังขยาย x 50 เท่า สเกล 500 um (ไมครอน ) หรือ 0.5 มิลลิเมตร
ถ่ายในโหมด High vacuum (ความเป็นสูญญากาศสูง) ภาพแบบ SEI
ถ่ายโดย www.dosem24hr.com

ตามภาพเป็นภาพสายทองแดง Copper wire ตำแน่ง P3 (ตำแหน่งเกิดออกไซด์)
ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM ที่ 20kv (กิโลโวลท์)
กำลังขยาย x 1,000 เท่า สเกล 10 um (ไมครอน ) หรือ 0.01 มิลลิเมตร
ถ่ายในโหมด High vacuum (ความเป็นสูญญากาศสูง) ภาพแบบ SEI
ถ่ายโดย www.dosem24hr.com

วิเคราะห์สายทองแดง Copper wire Analysis ด้วยเครื่องวิเคราะห์ธาตุ EDS/EDX
วิเคราะห์สายทองแดง Copper wire เชิงคุณภาพ Qualitative Analysis ณ.ตำแหน่ง P3

ตามภาพบนที่กำลังขยาย 1000 เท่าเราจะวิเคราะห์ด้านเชิงคุณภาพ ทั้งภาพที่แสดง
ผลการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ จะได้ผลเป็นกราฟเชิงคุณภาพเหมือนภาพล่าง

เราจะได้ผลว่ามีองค์ประกอบธาตุหรือสาร C คาร์บอน,O ออกซิเจน,Ca แคลเซียม
,Cl ครอรีน ,Si ซิลิกอน ,Fe เหล็ก และ Cu ทองแดง อยู่บนพื้นที่ที่เราวิเคราะห์
ตามภาพด้านบน

บทความที่เกี่ยวข้อง : วิเคราะห์ธาตุเชิงปริมาณ เชิงคุณภาพด้วย EDS,EDX คลิก

กราฟเชิงคุณภาพแบบที่ 1 ตำแน่ง P3


กราฟเชิงคุณภาพแบบที่ 2 ตำแน่ง P3

จากผลการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ เราทราบแล้วว่ามีธาตุอะไรบ้าง แต่ยังไม่ทราบว่า
มีปริมาณธาตุใดๆอยู่เท่าไร เราจะมาวิเคราะห์เชิงปริมาณกันต่อ

วิเคราะห์ธาตุเชิงปริมาณ Qualitative Analysis
การวิเคราะห์เชิงปริมาณ เราจะได้ค่าเป็น Element % หรือเรียกอีกชื่อ Wt% (weight %)
หรืออีกชื่อ Con% (concentration%) และ Atomic%
บทความที่เกี่ยวข้อง : วิเคราะห์ธาตุเชิงปริมาณ เชิงคุณภาพด้วย EDS,EDX คลิก

ตามภาพล่างจะวิเคราะห์เชิงปริมาณแบบ

Quantitative method: ZAF ( 4 iterations).

Analysed all elements and normalised results.

ตามผลด้านล่างเราจะวิเคราะห์ธาตุทั้งหมด ที่ตรวจพบเจอในสายทองแดง Copper wire 
ซึ่งเราจะได้องค์ประกอบธาตุหรือสาร
C คาร์บอน 1.85 % ,O ออกซิเจน 22.89 %,Ca แคลเซียม 0.41 %  ,Cl ครอรีน
13.22 % ,Si ซิลิกอน 0.18%, Fe เหล็ก 0.20% และ Cu ทองแดง 61.25 %

ตามภาพล่างจะวิเคราะห์เชิงปริมาณแบบ

Quantitative method: ZAF ( 3 iterations).

Analysed elements combined with: O ( Valency: -2)

Method : Stoichiometry Normalised results.

Nos. of ions calculation based on  1 cations per formula.

(Condition เดียวกันกับด้านบนแต่เปลี่ยน Method )

จะได้ ค่าธาตุ อยู่ในรูปแบบคอมพาวด์ออกไซด์Compound % การอ่านผลยกตัวอย่าง
จะได้ปริมาณ แคลเซียมออกไซด์ CaO 0.52% ค็อปเปอร์ออกไซด์ CuO 71.04%

ความแตกต่างระหว่างตำแหน่งที่ P1 และ P2 จะมีซิลิกอน Si เพิ่มขึ้นมา และตำแหน่ง P3
จะมี Fe เพิ่มขึ้นมา ส่วนปริมาณธาตุที่เหมือนกันจะมีปริมาณมากน้อยแตกต่างกันตามตำแหน่ง

หมั่นสำรวจดูหม้อแปลงมิเตอร์ที่บ้านดูนะครับ ว่าสายไฟหลวมหรือเปล่า และที่สำคัญต้อง
ให้ผู้รู้ และช่างไฟเช็คให้นะครับ ไม่งั้นจะต้องเสียเวลา เปลี่ยนมิเตอร์ใหม่เหมือนผมก็ได้
ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายประมาณพันกว่าบาทในการให้การไฟฟ้ามาเปลี่ยนมิเตอร์ใหม่

*********************************************************************
สุดท้ายขอขอบคุณ Do SEM ที่เปิดพื้นที่ให้ มากๆครับ ติดตามบทความต่อๆไปนะครับ

น้อมรับทุกคำชี้แนะครับ Mr.Golf (สิงห์เฒ่าซ่อมเซ็ม) manatsanan2007@hotmail.com
หรือมาพบปะพูดคุยได้ตามประสาได้ที่ BigC จ.สุรินทร์ (แอร์ฟรี 555 จริงๆนะครับ) หรือมา
ติดตามเป็นเพื่อนผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค ฝากคำถามได้ ตามลิงค์ด้านล่างเลยครับ
http://www.facebook.com/JeolOxfordInstruments?ref=hl

*********************************************************************
copper,copper wire,copper analysis,copper test,ทองแดง,ลวดทองแดง,สายไฟทองแดง,
วิเคราะห์ทองแดง,ทดสอบทองแดง,Cu

บทความน่าสนใจอื่นๆ 

สถานที่ให้และรับบริการ SEM,EDS : ใกล้ฟิวเจอร์รังสิต และดรีมเวิลด์

Do SEM บริการเครื่อง SEM กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคป แบบส่องกราด

เกลือสินเธาว์ เกลือธรรมชาติ

เกลือสินเธาว์ เกลือธรรมชาติ

ข้อดีเกลือสินเธาว์เป็นเกลือที่เหมาะใช้ในการอุตสาหกรรม เพราะมีความชื้น และแมกนีเซียม
(Mg) แคลเซียม (Ca) ค่อนข้างต่ำ

ข้อเสียเกลือสินเธาว์ ไม่มีไอโอดีน (I) เหมือนเกลือทะเลหรือ เกลือสมุทร (Sea Salt)
ถ้าขาดไอโอดีนจะเป็นโรคคอพอก และถ้าขาดตั้งแต่ยังเด็ก ร่างกายจะแคระแกร็น สติปัญญา
ต่ำ หูหนวก เป็นใบ้ ตาเหล่และอัมพาต แต่พอเราจะบริโภค ในทางการค้า เขาจะต้องผสม
ไอโอดีนเข้าไปด้วย

จึงเป็นที่มาของบทความนี้ ที่เราจะศึกษาหาองค์ประกอบของธาตุ ไอโอดีน ที่ผสมเข้าไปใน
ขั้นตอนขบวนการผลิต และศึกษาองค์ประกอบธาตุ NaCl โซเดียมครอไรด์ (เกลือแกง) ด้วย
เครื่องวิเคราะห์ธาตุ EDS/EDX

และศึกษาผลึกเกลือด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคป SEM

เกลือสินเธาว์ผลิตได้จากแร่เกลือ ( Rock salt ) พบอยู่ตามพื้นดินแถบภาคอีสาน
เช่น จังหวัดชัยภูมิ มหาสารคราม ยโสธร อุบลราชธานี และอุดรธานี
การผลิตเกลือสินเธาว์จากเกลือหินโดยทั่วไปใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ คือ
ใช้การละลาย การกรอง การระเหย และการตกผลึก หรือการละลายและการตกผลึก หรือการ
ละลายและการตกผลึก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพของเกลือที่เกิดขึ้นในแหล่งนั้นๆ

ตามภาพล่างเป็นลักษณะเกลือได้จากธรรมชาติ ที่เรานำมาเป็นตัวอย่าง
ดูแล้วลักษณะเหมือนน้ำตาลมากๆ แต่ไม่ใช่ ถ้าไม่ผ่านการชิมคงคิดว่าน้ำตาลแน่ๆ

1. เกลือจากผิวดิน ทำได้โดยขุดคราบเกลือจากผิวดินมาละลายน้ำกรองเศษดินและกาก
ตะกอนออก ผสมน้ำและนำน้ำเกลือไปเคี่ยวให้แห้งจะได้ผลึกเกลือ
2. เกลือจากน้ำเกลือบาดาล น้ำเกลือบาดาลจะอยู่ลึกจากพื้นดินหลายระดับ อาจจะเป็น
5-30 เมตร การผลิตทำได้โดยการขุดเจาะลงไปถึงระดับน้ำเกลือบาดาลและสูบน้ำเกลือ
ขึ้นมานำไปต้มหรือตากจะได้เกลือตกผลึกออกมา
3. เกลือจากเกลือหิน

ลักษณะผลึกเกลือแบบต่างๆที่ศึกษาด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนฯ SEM กำลังขยายสูง


ตามภาพเป็นภาพเกลือ Salt
ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM ที่ 10kv (กิโลโวลท์)
กำลังขยาย x 50 เท่า สเกล 500 um (ไมครอน ) หรือ 0.5 มิลลิเมตร
ถ่ายในโหมด High vacuum (ความเป็นสูญญากาศสูง) ภาพแบบ SEI
ตัวอย่างเกลือ Salt ฉาบเคลือบด้วยทอง,ให้นำไฟฟ้าได้
ถ่ายโดย www.dosem24hr.com

ตามภาพเป็นภาพเกลือ Salt
ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM ที่ 10kv (กิโลโวลท์)
กำลังขยาย x 100 เท่า สเกล 100 um (ไมครอน ) หรือ 0.1 มิลลิเมตร
ถ่ายในโหมด High vacuum (ความเป็นสูญญากาศสูง) ภาพแบบ SEI
ตัวอย่างเกลือ Salt ฉาบเคลือบด้วยทอง,ให้นำไฟฟ้าได้
ถ่ายโดย www.dosem24hr.com

ตามภาพเป็นภาพเกลือ Salt
ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM ที่ 10kv (กิโลโวลท์)
กำลังขยาย x 150 เท่า สเกล 100 um (ไมครอน ) หรือ 0.1 มิลลิเมตร
ถ่ายในโหมด High vacuum (ความเป็นสูญญากาศสูง) ภาพแบบ SEI
ตัวอย่างเกลือ Salt ฉาบเคลือบด้วยทอง,ให้นำไฟฟ้าได้
ถ่ายโดย www.dosem24hr.com

ตามภาพเป็นภาพเกลือ Salt
ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM ที่ 10kv (กิโลโวลท์)
กำลังขยาย x 200 เท่า สเกล 100 um (ไมครอน ) หรือ 0.1 มิลลิเมตร
ถ่ายในโหมด High vacuum (ความเป็นสูญญากาศสูง) ภาพแบบ SEI
ตัวอย่างเกลือ Salt ฉาบเคลือบด้วยทอง,ให้นำไฟฟ้าได้
ถ่ายโดย www.dosem24hr.com

ตามภาพเป็นภาพเกลือ Salt
ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM ที่ 10kv (กิโลโวลท์)
กำลังขยาย x 750 เท่า สเกล 10 um (ไมครอน ) หรือ 0.01 มิลลิเมตร
ถ่ายในโหมด High vacuum (ความเป็นสูญญากาศสูง) ภาพแบบ SEI
ตัวอย่างเกลือ Salt ฉาบเคลือบด้วยทอง,ให้นำไฟฟ้าได้
ถ่ายโดย www.dosem24hr.com

ตามภาพเป็นภาพเกลือ Salt
ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM ที่ 10kv (กิโลโวลท์)
กำลังขยาย x 1000 เท่า สเกล 10 um (ไมครอน ) หรือ 0.01 มิลลิเมตร
ถ่ายในโหมด High vacuum (ความเป็นสูญญากาศสูง) ภาพแบบ SEI
ตัวอย่างเกลือ Salt ฉาบเคลือบด้วยทอง,ให้นำไฟฟ้าได้
ถ่ายโดย www.dosem24hr.com

หลังจากดูภาพแล้ว เราจะเห็นลักษณะผลึกเกลือ รูปร่างเกลือ อยู่ลักษณะใดกันบ้างแล้ว
แต่เราไม่ทราบว่ามีองค์ประกอบธาตุอะไรกันบ้าง และแต่ละธาตุมีปริมาณเท่าใด
เราจะวิเคราะห์กันต่อครับเพื่อหาคำตอบ ด้วยเครื่องวิเคราะห์ธาตุเชิงปริมาณ/คุณภาพ

วิเคราะห์เกลือ Salt Analysis ด้วยเครื่องวิเคราะห์ธาตุ EDS/EDX
วิเคราะห์เกลือเชิงคุณภาพ Qualitative Analysis

ตามภาพบนที่กำลังขยาย 1000 เท่าเราจะวิเคราะห์ด้านเชิงคุณภาพ ทั้งภาพที่แสดง
ผลการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ จะได้ผลเป็นกราฟเชิงคุณภาพเหมือนภาพล่าง

เราจะได้ผลว่ามีองค์ประกอบธาตุหรือสาร C คาร์บอน,O ออกซิเจน,Ca แคลเซียม
,Cl ครอรีน และ Na โซเดียม อยู่บนพื้นที่ที่เราวิเคราะห์ ตามภาพด้านบน

บทความที่เกี่ยวข้อง : วิเคราะห์ธาตุเชิงปริมาณ เชิงคุณภาพด้วย EDS,EDX คลิก

กราฟเชิงคุณภาพแบบที่ 1

กราฟเชิงคุณภาพแบบที่ 2

จากผลการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ เราทราบแล้วว่ามีธาตุอะไรบ้าง แต่ยังไม่ทราบว่า
มีปริมาณธาตุใดๆอยู่เท่าไร เราจะมาวิเคราะห์เชิงปริมาณกันต่อ

วิเคราะห์ธาตุเชิงปริมาณ Qualitative Analysis
การวิเคราะห์เชิงปริมาณ เราจะได้ค่าเป็น Element % หรือเรียกอีกชื่อ Wt% (weight %)
หรืออีกชื่อ Con% (concentration%) และ Atomic%
บทความที่เกี่ยวข้อง : วิเคราะห์ธาตุเชิงปริมาณ เชิงคุณภาพด้วย EDS,EDX คลิก

ตามภาพล่างจะวิเคราะห์เชิงปริมาณแบบ

Quantitative method: ZAF ( 4 iterations).

Analysed all elements and normalised results.

ตามผลด้านล่างเราจะวิเคราะห์ธาตุทั้งหมด ที่ตรวจพบเจอในเกลือ ซึ่งเราจะได้
องค์ประกอบธาตุหรือสาร C คาร์บอน 2.27% ,O ออกซิเจน 4.33%,Ca แคลเซียม
0.21% ,Ru รูทีเนียม 3.46% ,Cl ครอรีน 59.60% และ Na โซเดียม 30.13%

เราวิเคราะห์เชิงปริมาณอีกครั้ง เลือกเฉพาะ NaCl เกลือแกง และ ไอโอดีน I
เราจะได้ NaCl เกลือแกง 99.87%  และ I ไอโอดีน 0.13 % ซึ่งเมื่อเทียบกับ
ค่าข้างขวดที่ซื้อมาทดสอบ ได้ค่าที่ใกล้เคียงกันมาก (ไม่เป็นคอพอกแล้วเรา)


เมื่อบทความนี้ เป็นเกลือที่จะต้องเติมไอโอดีนเข้าไป รอบทความหน้าเราจะมาดู
ผลึก และวิเคราะห์ธาตุกับตัวอย่างที่เป็นเกลือสมุทร ที่มีไอโอดีน โดยที่ไม่ต้องเพิ่ม
เสริมเข้าไปกันบ้างครับ ติดตามกันนะครับ

*********************************************************************
สุดท้ายขอขอบคุณ Do SEM ที่เปิดพื้นที่ให้ มากๆครับ ติดตามบทความต่อๆไปนะครับ

น้อมรับทุกคำชี้แนะครับ Mr.Golf (สิงห์เฒ่าซ่อมเซ็ม) manatsanan2007@hotmail.com
หรือมาพบปะพูดคุยได้ตามประสาได้ที่ BigC จ.สุรินทร์ (แอร์ฟรี 555 จริงๆนะครับ) หรือมา
ติดตามเป็นเพื่อนผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค ฝากคำถามได้ ตามลิงค์ด้านล่างเลยครับ
http://www.facebook.com/JeolOxfordInstruments?ref=hl

*********************************************************************
เกลือ,เกลือธรรมชาติ,เกลือสินเธาว์,วิเคราะห์เกลือ,ทดสอบเกลือ,salt analysis,salt,NaCl,โซเดียมครอไรด์

สถานที่ให้และรับบริการ SEM,EDS : ใกล้ฟิวเจอร์รังสิต และดรีมเวิลด์

Do SEM บริการเครื่อง SEM กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคป แบบส่องกราด

สอบเทียบธาตุมาตรฐานเชิงปริมาณ Quant Calibration,Quant Optimization

สอบเทียบธาตุมาตรฐานเชิงปริมาณ Quant Calibration,Quant Optimization

ส่วนใหญ่แล้วในเมืองไทย ที่มีและใช้เครื่องวิเคราะห์ธาตุยี่ห้อ Oxford รุ่น INCA Series,
Link ISIS Series และ AZtec Series ซึ่งมีส่วนแบ่งการตลาดมากที่สุดยี่ห้อหนึ่ง คิดเป็น
70% ของลูกค้า ที่ใช้เครื่องวิเคราะห์ธาตุทุกยี่ห้อรวมกัน

ผมมีประสบการณ์กับยี่ห้อนี้ร่วม 19 ปีเต็ม (May 1994) ตั้งแต่ระบบปฏิบัติการเป็น DOS,
OS2,Win3.1,Win3.11,Win95,98,Me,XP จนกระทั้งเป็นระบบปฏิบัติการปัจจุบัน

การวิเคราะห์ธาตุเชิงปริมาณเชิงคุณภาพ ยี่ห้อ Oxford นี้ถือว่ามีความแม่นยำมาก จาก
ด้วยประสบการณ์ที่ได้มีโอกาสติดตั้ง ซ่อม และTraining on site มานาน ทำให้ได้ข้อมูล
เพิ่มเติมว่า ส่วนใหญ่ที่ใช้โปรแกรมวิเคราะห์ยี่ห้อนี้ จะใช้โปรแกรมวิเคราะห์ในระดับเบสิก
เท่านั้น สาเหตุจากความแม่นยำสูงมาก จะมีค่า Error จาก Standard มาตรฐานไปแค่
บวกลบไม่เกิน 3% เท่านั้น และเป็นค่าที่ยอมรับได้ของผู้ใช้ส่วนใหญ่ ทำให้การใช้งาน
ก็จะอยู่ในระดับเบสิกเท่านั้น

แต่ถ้าใช้โปรแกรมในระดับ Advance ขึ้นมาค่า Error จะเหลือ 0.03-0.08 % ตาม
ตัวอย่างจะแสดงตามบทความนี้

การทำให้ผลมีความแม่นยำมากๆ สำหรับเครื่องวิเคราะห์ธาตุยี่ห้อนี้ ระดับ Advace ใน
เชิงปริมาณจะมี 2 วิธีหลัก คือ

1. Quant Calibration ชื่อเรียกกับ Link ISIS Series และ Quant Optimization ใช้กับ
INCA Series ตามภาพล่าง (รอบทความต่อไปครับ)ทั้งสองอย่างนี้มีวัตถุประสงค์อันเดียว
เพี่ยงแต่เรียกต่างกันเท่านั้น วัตถุประสงค์เพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพ หรือการทำให้ผลดี
ที่สุด แม่นยำที่สุด ในเชิงปริมาณ (เชิงคุณภาพรอติดตามบทความต่อๆไปครับ)

ซึ่งในกลุ่มผู้ใช้ส่วนใหญ่จะทำกันเพียง 1% จากผู้ใช้ทั้งหมด ถือว่าน้อยมากๆ หนึ่งในนั้น
ก็จะมีที่นี้ครับ  www.dosem24hr.com

2. การทำ Profiles (Standard) กับ Link ISIS และการทำ Standardize กับ INCA
ซึ่งในกลุ่มผู้ใช้ส่วนใหญ่จะทำกันเพียง 1% จากผู้ใช้ทั้งหมด ถือว่าน้อยมากๆ เช่นกัน
หนึ่งในนั้น ก็จะมีที่นี้ครับที่ทำ  www.dosem24hr.com

ภาพ : การทำ Quant Optimization (INCA Series) บทความต่อไปครับ

การสอบเทียบมาตรฐานเชิงปริมาณ Quant Calibration กับ Link ISIS Series

ตามภาพล่างให้เลือกชื่อ Operator และคลิกที่ Lab book เพื่อเข้าโปรแกรม
ตามกรอปสีส้ม

เลือก JOB และคลิกตามกรอปสีส้มเพื่อเข้าโปรแกรม X-ray analysis

หน้าตาโปรแกรม X-ray analysis

ในบทความนี้เราจะใช้ Co Standard ที่มี Wt% 99.99% ในการทำ Quant Calibration
การเลือก Co เพราะการเกิดออกไซด์กับธาตุนี้น้อยมากๆ ยกเว้นการเก็บรักษาตัวอย่าง
มารตฐานไม่ดีเอง ใช้ตัวอย่างอื่นได้ไหม ได้ขอให้เป็น Pure Element และย่านอยู่ช่วง
ที่เราวิเคราะห์ด้วยเช่นถ้าเราตั้งค่า Acc.kV ของ SEM อยู่ช่วง 10kV ก็ไม่ควรใช้ Co ควร
ใช้ Mn หรือ Ti จะดีกว่าเพราะระดับพลังงาน Co K อยู่ที่ 6.9250 ส่วน Mn K อยู่ที่
5.8950 Kev. ส่วน Ti K อยู่ที่ 4.5090 Kev.เคสนี้ใช้ Ti จะดีกว่า Mn
ถ้าเราตั้งค่า Acc.kV ของ SEM อยู่ช่วง 15-20 kVก็สามารถใช้ได้ทุกตัวที่กล่าวมา
ที่นิยมและหาง่ายคือใช้ Cu Grid มาใช้ Cal. แต่ข้อเสียมันคือการเกิดออกไซด์ง่าย

ข้อควรทราบในการทำ Quant Calibration
– ควรเตรียม Standard เข้าพร้อมกับตัวอย่างที่เราวิเคราะห์
การนำ Standard เข้าออกคนละครั้งกับตัวอย่างจะมีค่า Error แต่ก็ยังดีกว่าไม่ทำ
Quant Calibration เลย
– ควรเตรียม Standard (STD.) กับตัวอย่างที่เราวิเคราะห์ ให้มีความสูงเท่าๆกัน
เพื่อหลีกเลี่ยงการปรับ Focus ใหม่ การปรับ Focus ใหม่จะทำให้ความเข้มของบีม
(Beam) เปลี่ยนจากจุดที่เรา Focus ณ.ตำแหน่ง Standard อาการนี้จะมีผลต่อ
% deadtime ถ้าเลี่ยงไม่ได้จะต้องปรับ Focus ผลที่ออกมาก็ยังแม่นยำกว่าไม่
ได้ทำ Quant Calibration เลย
– หลังจากเราปรับ % deadtime ที่ตำแหน่ง STD.แล้วมาที่ตำแหน่งตัวอย่างเราไม่
ควรปรับ % deadtime อีกเลยไม่ว่าจะยิงได้ % deadtime มากกว่าหรือน้อยกว่า
จากจุดที่เรายิงที่ STD.
– การทำ Quant Calibration แต่ละครั้งจะทำให้ได้ผลแม่นยำในการวิเคราะห์ ใน
ช่วงวิเคราะห์เชิงปริมาณได้แค่ 2 ชั่วโมง หลังจากนั้นต้องทำใหม่

ลักษณะการเตรียมตัวอย่างเข้าไป ตามภาพปรับให้ความสูงเท่ากันตามภาพ
การเตรียมตัวอย่างที่จะวิเคราะห์ เข้าพร้อมกับ Standard จะให้ความแม่นยำสูง
กว่าการนำตัวอย่างกับ STD.เข้าออกกันคนละรอบ

ก่อนที่เราจะทำ Quant Cal. ผมจะลองวิเคราะห์แบบเดิมๆที่เราวิเคราะห์กัน
ตามภาพเป็น Spectrum การยิง Co Standard 99.99%

ที่หน้าต่าง Acquisition Status
สังเกตุภาพล่างดีๆ ตามกรอบสีส้ม เราจะพบข้อความว่า Quant Cal. due
เจอข้อความนี้เวลายิงตัวอย่าง แสดงว่า เรายังไม่ได้ทำ Quant Cal.ก่อนหน้า
หรือทำแล้วแต่หมดเวลาภายใน 2 ชั่วโมง

เรามาลองวิเคราะห์เชิงปริมาณกันดูครับ แบบเราไม่ได้ทำ Quant Cal.
ให้เราคลิกที่รูป % ตามภาพล่าง

หน้าต่างนี้ SEMQuant จะโชว์ออกมา เราจะทดสอบแบบไม่ Normalise Results
ดูนะครับเพื่อเช็คค่าที่แท้จริงว่า % จะออกมาเท่าไรจาก 100% และให้ Select
element เป็น Co ตามธาตุที่เราต้องการวิเคราะห์เชิงปริมาณ

เลือก Co ตามธาตุที่เราต้องการวิเคราะห์เชิงปริมาณ

หลังจากเลือกธาตุเสร็จ เราคลิก Quantify เราจะได้ผลเชิงปริมาณตามภาพล่าง
ซึ่งจะบอกปริมาณว่ามี Co อยู่ที่ 115.28% แท้จริงแล้วมี Co แค่ 99.99%เท่านั้น
แสดงว่า Error ไปจากค่ามาตรฐาน 15.29% ถือว่า Error ค่อนข้างเยอะ

เราลองวิเคราะห์ใหม่ โดยยังคงใช้ Spectrum เดิมที่เรายิงไว้ก่อนหน้า
แต่เลือกว่าวิเคราะห์แบบ Normalise หรือบีบค่าให้เป็น 100% นั้นเอง

ตามผลล่างเป็นการทำ Normalise ยังไงก็จะได้ผลเป็น 100 อยู่ดี
กรณีเป็นธาตุ Pure และวิเคราะห์แค่ธาตุเดียวเราจะไม่สามารถเช็คหาค่า
Error ได้ถ้าเราเห็นเฉพาะผล โดยไม่ทราบวิธีการก่อนหน้า

จะเห็นภาพยิ่งขึ้นถ้าเราวิเคราะห์ธาตุมากกว่าหนึ่งตัว เช่นมีส่วนผสม 3ธาตุ
รวมกันเป็น 100%

ส่วนใหญ่เราจะ Normalise ผลซะส่วนใหญ่ ทำให้คนอ่านผลไม่ทราบว่าError
มากน้อยเท่าใด


เรามาลองทำวิธีวิเคราะห์เชิงปริมาณด้วยวิธีการ Quant Cal. กันดูนะครับ
เริ่มต้น ตามหน้าต่าง X-ray Analysis ตามภาพล่าง ไปที่เมนู Edit>Aquisition..

ที่ Acquisition Preset เราเลือกเป็น Best resolution และตั้งเวลา Preset livetime
เป็น 200 Sec. หลังจากนั้นคลิก OK

เราเริ่มยิงที่ Co STD. ของเราและรอจนกระทั้งครบตามเวลาที่เราตั้งไว้

เมื่อครบตามเวลา 200 Sec. ให้เราเลือเมนู Option> Quant Cal.

ให้เราเลือก Element >Cobalt > Calibrate และให้จำค่า Counts

เราเริ่มยิงที่ Co STD. ของเราและรอจนกระทั้งครบตามเวลาที่เราตั้งไว้
อีกครั้งเป็นรอบที่ 2 และทำ Quant Calibrate อีกรอบเสร็จให้เช็คค่า
Counts ว่าครั้งที่ 1(158178) กับค่าครั้งที่ 2(156682) ที่เราทำจะต้อง
จะต้องมีค่าแตกต่างกันไม่เกิน 1000 Counts ยิ่งเข้าใกล้ศูนย์ยิ่งดีมาก
ผลแตกต่างกัน 1496 Counts จะต้องทำครั้งที่ 3

เราเริ่มยิงที่ Co STD. ของเราและรอจนกระทั้งครบตามเวลาที่เราตั้งไว้
อีกครั้งเป็นรอบที่ 3 และทำ Quant Calibrate อีกรอบเสร็จให้เช็คค่า
Counts ว่าครั้งที่ 2(156682) กับค่าครั้งที่ 3(156561) ที่เราทำจะต้อง
จะต้องมีค่าแตกต่างกันไม่เกิน 1000 Counts ยิ่งเข้าใกล้ศูนย์ยิ่งดีมาก
ผลแตกต่างกัน 121 Counts ถือว่าใช้ได้ดีทีเดียว และถือว่าเสร็จการทำ
Quant calibration ครับ

เรามาเช็ค ที่หน้าต่าง Acquisition Status กันใหม่เราจะเจอคำว่า
Quant calibration performed แทนคำ Quant calibration due
หลังจากเราทำ Quant calibration ครั้งแรกเสร็จ และจะคงค่านี้ไว้
ต่ออีกประมาณ 2 ชั่วโมง

เรามาทดสอบวิเคราะห์เชิงปริมาณกันใหม่อีกรอบหลังทำ Quant calibration
เราจะยิง Co STD. กันใหม่อีกรอบ

และตามผลข้างล่าง เป็นผลเชิงปริมาณแบบไม่ Normalise ทำให้ได้ผลที่
เป็นผลที่แท้จริง 100.03% ซึ่ง Error ไปจาก STD. แค่ 0.04% เท่านั้น

สรุป
จากการวิเคราะห์เชิงปริมาณ Co STD. 99.99%
การวิเคราะห์แบบไม่ Normalise ก่อนทำ Quant Calibration จะได้ 115.28 %
จะมีค่า Error ไปจาก STD. มีค่าเท่ากับ 15.29%  แต่ถ้า Normalise แล้วจะ
ได้ค่า 100% กับกรณีวิเคราะห์ธาตุเดียว แต่ถ้าวิเคราะห์ 2 ธาตุขึ้นไปจะมีค่า
Error 2-3%
การวิเคราะห์แบบไม่ Normalise หลังทำ Quant Calibration จะได้ 100.03 %
จะมีค่า Error ไปจาก STD. มีค่าเท่ากับ 0.04% แต่ถ้า Normalise แล้วจะ
ได้ค่า 100% กับกรณีวิเคราะห์ธาตุเดียว แต่ถ้าวิเคราะห์ 2 ธาตุขึ้นไปจะมีค่า
Error 0.03 – 0.1 % ซึ่งจะน้อยมากๆ

ปกติ Standard ที่มีความแม่นยำสูง จะสามารถให้ผลที่เที่ยงตรงได้ ประมาณ
1-2 ปีเท่านั้นนับจากที่ซื้อมา หลังจากนั้นจะมีค่า Error บ้างตามตัวอย่าง ไม่
มากก็น้อย และถึงแม้จะเป็น Standard ใหม่เพิ่งได้มา วิเคราะห์ 10 จุด 10
ตำแหน่ง ก็จะไม่ได้ค่าตรง 100% กับใบรับรอง แต่อย่างน้อยต้องได้ค่าที่ใกล้
เคียงกันนะครับ

หมั่นตรวจเช็ค Standard ที่มีอยู่ในมือบ้างนะครับ เจอกันใหม่กับ
บทความต่อๆไปครับ (Quant Optimization /INCA Energy,
และ JEOL EDS JED Series )

*********************************************************************
สุดท้ายขอขอบคุณ Do SEM ที่เปิดพื้นที่ให้ มากๆครับ ติดตามบทความต่อๆไปนะครับ

น้อมรับทุกคำชี้แนะครับ Mr.Golf (สิงห์เฒ่าซ่อมเซ็ม) manatsanan2007@hotmail.com
หรือมาพบปะพูดคุยได้ตามประสาได้ที่ BigC จ.สุรินทร์ (แอร์ฟรี 555 จริงๆนะครับ) หรือมา
ติดตามเป็นเพื่อนผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค ฝากคำถามได้ ตามลิงค์ด้านล่างเลยครับ
http://www.facebook.com/JeolOxfordInstruments?ref=hl

*********************************************************************
สอบเทียบธาตุมาตรฐานเชิงปริมาณ,Quant Calibration,Quant Optimization

บทความน่าสนใจอื่นๆ 

สถานที่ให้และรับบริการ SEM,EDS : ใกล้ฟิวเจอร์รังสิต และดรีมเวิลด์

Do SEM บริการเครื่อง SEM กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคป แบบส่องกราด

สกรู Screw วิเคราะห์ความเสียหายของวัสดุ ด้วยเครื่อง SEM/EDS

 

สกรู Screw วิเคราะห์ความเสียหายของวัสดุ ด้วยเครื่อง SEM/EDS

ตัวอย่างที่นำมาเป็นตัวอย่างวิเคราะห์ในบทความนี้ เป็นสกรู Screw ที่เกิดการเป็นสนิม ที่แตกต่าง กัน 2 ตัวอย่างและระดับการเกิดเป็นสนิมแตกต่างกัน เราจะนำมาวิเคราะห์เชิงปริมาณ เชิงคุณภาพ และดูการกระจายตัวของธาตุในวัสดุที่เกิดปัญหา

ตัวอย่างที่สามารถวิเคราะห์แบบนี้ มีหลากหลายในวัสดุอุตสาหกรรมต่างๆ เช่นอุตสาหกรรมเหล็ก อุตสาหกรรมยานยนต์ งานหล่อ วัสดุก่อสร้าง หรือวัสดุที่เกิดความเสียหายในอุตสาหกรรมต่างๆ

 

ตัวอย่างแรก เป็นสกรูที่เกิดเป็นสนิมเล็กน้อย ตามภาพ

ตามภาพเป็นภาพสกรู Screw ที่เกิดเป็นสนิมเล็กน้อย ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM ที่ 20kv (กิโลโวลท์)   กำลังขยาย x 35เท่า สเกล 500 um (ไมครอน ) หรือ 0.5 มิลลิเมตร  ถ่ายในโหมด High vacuum (ความเป็นสูญญากาศสูง) ภาพแบบ SEI ตัวอย่างสกรู Screw ไม่ได้ฉาบเคลือบด้วยทอง,คาร์บอน หรืออื่นๆให้นำไฟฟ้าเพราะนำไฟฟ้าได้  ถ่ายโดย www.dosem24hr.com

ตามภาพเป็นภาพสกรู Screw ที่ซูมอินตามตำแหน่งสี่เหลี่ยมแดงภาพบน ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM ที่ 20kv (กิโลโวลท์)   กำลังขยาย x 100 เท่า สเกล 100 um (ไมครอน ) หรือ 0.1 มิลลิเมตร  ถ่ายในโหมด High vacuum (ความเป็นสูญญากาศสูง) ภาพแบบ SEI ตัวอย่างสกรู Screw ไม่ได้ฉาบเคลือบด้วยทอง,คาร์บอน หรืออื่นๆให้นำไฟฟ้าเพราะนำไฟฟ้าได้  ถ่ายโดย www.dosem24hr.com



ตามภาพเป็นภาพสกรู Screw แนวตั้ง ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM ที่ 20kv (กิโลโวลท์)   กำลังขยาย x 50 เท่า สเกล 500 um (ไมครอน ) หรือ 0.5 มิลลิเมตร  ถ่ายในโหมด High vacuum (ความเป็นสูญญากาศสูง) ภาพแบบ SEI ตัวอย่างสกรู Screw ไม่ได้ฉาบเคลือบด้วยทอง,คาร์บอน หรืออื่นๆให้นำไฟฟ้าเพราะนำไฟฟ้าได้  ถ่ายโดย www.dosem24hr.com

ตามภาพเป็นภาพสกรู Screw ที่ซูมอินตามตำแหน่งสี่เหลี่ยมแดงภาพบน ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM ที่ 20kv (กิโลโวลท์)   กำลังขยาย x 200 เท่า สเกล 100 um (ไมครอน ) หรือ 0.1 มิลลิเมตร  ถ่ายในโหมด High vacuum (ความเป็นสูญญากาศสูง) ภาพแบบ BEI TOPO + SHADOW ตัวอย่างสกรู Screw ไม่ได้ฉาบเคลือบด้วยทอง,คาร์บอน หรืออื่นๆให้นำไฟฟ้าเพราะนำไฟฟ้าได้  ถ่ายโดย www.dosem24hr.com

ตามภาพเป็นภาพสกรู Screw ที่ซูมอินตามตำแหน่งสี่เหลี่ยมแดงภาพบน ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM ที่ 20kv (กิโลโวลท์)   กำลังขยาย x 200 เท่า สเกล 100 um (ไมครอน ) หรือ 0.1 มิลลิเมตร  ถ่ายในโหมด High vacuum (ความเป็นสูญญากาศสูง) ภาพแบบ BEI COMPO + SHADOW ภาพนี้สามารถแยกความแตกต่างตามเลขอตอมมิก (Atomic No./ Z) ออกตามเฉดสีภาพ ตัวอย่างสกรู Screw ไม่ได้ฉาบเคลือบด้วยทอง,คาร์บอน หรืออื่นๆให้นำไฟฟ้าเพราะนำไฟฟ้าได้  ถ่ายโดย www.dosem24hr.com

ตามภาพเป็นภาพเป็นภาพแบบ BEI COMPO ข้อดีภาพแบบนี้คือสามารถแยกเพสของ วัสดุที๋เกิดปัญหา ได้แบบคร่าวๆได้ว่า โดยตัวตัวจับสัญญาณ (BEI Detector) จะ แยกเฉดสีตามเลขอะตอมมิก (Atomic No.,Z) เฉดสีโทนสว่างคือเลขอะตอมมิกสูงหรือ เป็นกลุ่มธาตุหนักเช่น Fe เหล็ก เฉดสีโทนมืดคือเลขอะตอมมิกต่ำ หรือเป็นกลุ่ม ธาตุเบาเช่น C คาร์บอน เป็นต้น
บทความที่เกี่ยวข้อง เรื่องโหมดภาพ SEM/FE-SEM /EPMA : 
คลิกเพื่อดูบทความ


จากตำแหน่งภาพด้านบนเรามาวิเคราะห์ธาตุกันต่อ แบบพื้นที่ (Area analysis)
หลังจากดูภาพแล้ว เราจะเห็นลักษณะการกระจายตัวของวัสดุที่สกรูเกิดสนิม ว่าอยู่ใน ลักษณะใหนกันบ้าง แต่เราไม่ทราบว่ามีธาตุอะไรกันบ้าง และแต่ละธาตุอยู่ตำแหน่งใดกัน บ้าง เราจะวิเคราะห์กันต่อครับเพื่อหาคำตอบ ด้วยเครื่องวิเคราะห์ธาตุเชิงปริมาณ/คุณภาพ
วิเคราะห์สกรู Screw Analysis ด้วยเครื่องวิเคราะห์ธาตุ EDS/EDX  วิเคราะห์สกรูเชิงคุณภาพ Qualitative Analysis ตามภาพบนที่กำลังขยาย 200 เท่าเราจะวิเคราะห์ด้านเชิงคุณภาพ ทั้งภาพที่แสดง ผลการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ จะได้ผลเป็นกราฟเชิงคุณภาพเหมือนภาพล่าง
เราจะได้ผลว่ามีธาตุหรือสาร C คาร์บอน,O ออกซิเจน, Si ซิลิกอน,Mn แมงกานีส ,S ซัลเฟอร์,Mg แมกนีเซียม,Al อลูมิเนียม,Fe เหล็ก ,Ca แคลเซียม,Mo โมลิดินั่ม ,Cl ครอรีน อยู่บนพื้นที่ที่เราวิเคราะห์ ตามภาพด้านบน
บทความที่เกี่ยวข้อง : วิเคราะห์ธาตุเชิงปริมาณ เชิงคุณภาพด้วย EDS,EDX คลิก

กราฟเชิงคุณภาพอีกแบบ

จากผลการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ เราทราบแล้วว่ามีธาตุอะไรบ้าง แต่ยังไม่ทราบว่า  มีปริมาณธาตุใดๆอยู่เท่าไร เราจะมาวิเคราะห์เชิงปริมาณกันต่อ

วิเคราะห์ธาตุเชิงปริมาณ Qualitative Analysis  การวิเคราะห์เชิงปริมาณ เราจะได้ค่าเป็น Element % หรือเรียกอีกชื่อ Wt% (weight %) หรืออีกชื่อ Con% (concentration%) และ Atomic% และจะได้ ค่าธาตุ อยู่ในรูปแบบ คอมพาวด์ออกไซด์Compound % การอ่านผลยกตัวอย่าง จะได้ปริมาณ Al อลูมิเนียม  0.21% แบบ All element และ Al2O3 0.25 % แบบ Compound

บทความที่เกี่ยวข้อง : วิเคราะห์ธาตุเชิงปริมาณ เชิงคุณภาพด้วย EDS,EDX คลิก
ตามภาพล่างจะวิเคราะห์เชิงปริมาณแบบ

Quantitative method: ZAF ( 4 iterations).

Analysed all elements and normalised results.



ตามภาพล่างจะวิเคราะห์เชิงปริมาณแบบ 

Quantitative method: ZAF ( 3 iterations).

Analysed elements combined with: O ( Valency: -2)

Method : Stoichiometry Normalised results.

Nos. of ions calculation based on  1 cations per formula.

(Condition เดียวกันกับด้านบนแต่เปลี่ยน Method )


ลักษณะผลเชิงปริมาณ แสดงเป็นแบบแท่งกราฟ (ผลเดียวกันกับด้านบน)



การวิเคราะห์ดูการกระจายตัว แบบ Speed Mapping (เชิงคุณภาพ)
จากผลการวิเคราะห์เชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ เนื่องจากเราเลือกใช้วิเคราะห์ทั้งภาพ(Area)  ไม่ได้เลือกใช้วิธียิงเป็นจุด (Point) ทำให้ผลที่ได้คือผลที่ได้ทั้งหมดที่เราเห็นตามภาพ ถ้า  เราจะใช้วิธีการยิงเป็นจุด เพือจะให้ทราบตำแหน่งธาตุก็ได้ แต่อาจจะต้องยิงหลายจุด จะมีวิธี การหาตำแหน่งของธาตุแบบรวดเร็ว ดูการกระจายตัว เช็คเพสที่เรียกว่า Mapping ตามผล  ด้านล่างเราก็จะทราบ ตำแหน่งแต่ละธาตุว่าอยู่ส่วนใหนของตัวอย่างได้
การอ่านผล ยกตัวอย่างตรงตำแหน่งภาพช่อง Fe เหล็ก เราพบว่าตรงตำแหน่งสีสว่างมากตาม ภาพเป็นสีเหลืองจะมี Fe มากรองลงมาสีเขียว สีฟ้า น้ำเงินมีปริมาณน้อยมาก ส่วนสีดำไม่มี Fe

บทความที่เกี่ยวข้องและการดูผล : การทำ Mapping แบบเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ คลิกค่ะ
*** ภาพแสดงในเว็บขนาด 580×355 ส่วนภาพจริงจะมีขนาด 1024×420

 

ตัวอย่างที่สอง ที่เกิดเป็นสนิมมากกว่าตัวอย่างแรก

ตามภาพเป็นภาพสกรู Screw แนวตั้ง ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM ที่ 20kv (กิโลโวลท์)   กำลังขยาย x 50 เท่า สเกล 500 um (ไมครอน ) หรือ 0.5 มิลลิเมตร  ถ่ายในโหมด High vacuum (ความเป็นสูญญากาศสูง) ภาพแบบ SEI ตัวอย่างสกรู Screw ไม่ได้ฉาบเคลือบด้วยทอง,คาร์บอน หรืออื่นๆให้นำไฟฟ้าเพราะนำไฟฟ้าได้  ถ่ายโดย www.dosem24hr.com

ตามภาพเป็นภาพสกรู Screw ที่ซูมอินตามตำแหน่งสี่เหลี่ยมแดงภาพบน ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM ที่ 20kv (กิโลโวลท์)   กำลังขยาย x 200 เท่า สเกล 100 um (ไมครอน ) หรือ 0.1 มิลลิเมตร  ถ่ายในโหมด High vacuum (ความเป็นสูญญากาศสูง) ภาพแบบ SEI ตัวอย่างสกรู Screw ไม่ได้ฉาบเคลือบด้วยทอง,คาร์บอน หรืออื่นๆให้นำไฟฟ้าเพราะนำไฟฟ้าได้

ถ่ายโดย www.dosem24hr.com

ตามภาพเป็นภาพสกรู Screw ที่ซูมอินตามตำแหน่งสี่เหลี่ยมแดงภาพบน ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM ที่ 20kv (กิโลโวลท์)   กำลังขยาย x 200 เท่า สเกล 100 um (ไมครอน ) หรือ 0.1 มิลลิเมตร  ถ่ายในโหมด High vacuum (ความเป็นสูญญากาศสูง) ภาพแบบ BEI TOPO + SHADOW ตัวอย่างสกรู Screw ไม่ได้ฉาบเคลือบด้วยทอง,คาร์บอน หรืออื่นๆให้นำไฟฟ้าเพราะนำไฟฟ้าได้

ถ่ายโดย www.dosem24hr.com

ตามภาพเป็นภาพสกรู Screw ที่ซูมอินตามตำแหน่งสี่เหลี่ยมแดงภาพบน ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM ที่ 20kv (กิโลโวลท์)   กำลังขยาย x 200 เท่า สเกล 100 um (ไมครอน ) หรือ 0.1 มิลลิเมตร  ถ่ายในโหมด High vacuum (ความเป็นสูญญากาศสูง) ภาพแบบ BEI COMPO + SHADOW ภาพนี้สามารถแยกความแตกต่างเฉดสีตามเลขอตอมมิก (Atomic No./ Z)  ตัวอย่างสกรู Screw ไม่ได้ฉาบเคลือบด้วยทอง,คาร์บอน หรืออื่นๆให้นำไฟฟ้าเพราะนำไฟฟ้าได้

ถ่ายโดย www.dosem24hr.com

บทความที่เกี่ยวข้อง เรื่องโหมดภาพ SEM/FE-SEM /EPMA : คลิกเพื่อดูบทความ



วิเคราะห์สกรู Screw Analysis ด้วยเครื่องวิเคราะห์ธาตุ EDS/EDX  วิเคราะห์สกรูเชิงคุณภาพ Qualitative Analysis ตามภาพบนที่กำลังขยาย 200 เท่าเราจะวิเคราะห์ด้านเชิงคุณภาพ ทั้งภาพที่แสดง ผลการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ จะได้ผลเป็นกราฟเชิงคุณภาพเหมือนภาพล่าง
เราจะได้ผลว่ามีธาตุหรือสาร C คาร์บอน,O ออกซิเจน, Si ซิลิกอน,Mn แมงกานีส ,S ซัลเฟอร์ ,Al อลูมิเนียม,Fe เหล็ก ,Ca แคลเซียม,Mo โมลิดินั่ม,Cl ครอรีน ตัวอย่างนี้จะไม่มี Mg,Al เหมือนตัวอย่างแรก อยู่บนพื้นที่ที่เราวิเคราะห์ ตามภาพบน
บทความที่เกี่ยวข้อง : วิเคราะห์ธาตุเชิงปริมาณ เชิงคุณภาพด้วย EDS,EDX คลิก

 

วิเคราะห์ธาตุเชิงปริมาณ Qualitative Analysis  การวิเคราะห์เชิงปริมาณ เราจะได้ค่าเป็น Element % หรือเรียกอีกชื่อ Wt% (weight %) หรืออีกชื่อ Con% (concentration%) และ Atomic% และจะได้ ค่าธาตุ อยู่ในรูปแบบ คอมพาวด์ออกไซด์Compound % การอ่านผลยกตัวอย่าง จะได้ปริมาณ Fe เหล็ก  53.77 % แบบ All element และ Fe2O3 72.54 % แบบ Compound

บทความที่เกี่ยวข้อง : วิเคราะห์ธาตุเชิงปริมาณ เชิงคุณภาพด้วย EDS,EDX คลิก
ตามภาพล่างจะวิเคราะห์เชิงปริมาณแบบ

Quantitative method: ZAF ( 4 iterations).

Analysed all elements and normalised results.

ตามภาพล่างจะวิเคราะห์เชิงปริมาณแบบ

Quantitative method: ZAF ( 3 iterations).

Analysed elements combined with: O ( Valency: -2)

Method : Stoichiometry Normalised results.

Nos. of ions calculation based on  1 cations per formula.

(Condition เดียวกันกับด้านบนแต่เปลี่ยน Method )

การวิเคราะห์ดูการกระจายตัว แบบ Speed Mapping (เชิงคุณภาพ)
จากผลการวิเคราะห์เชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ เนื่องจากเราเลือกใช้วิเคราะห์ทั้งภาพ(Area)  ไม่ได้เลือกใช้วิธียิงเป็นจุด (Point) ทำให้ผลที่ได้คือผลที่ได้ทั้งหมดที่เราเห็นตามภาพ ถ้า  เราจะใช้วิธีการยิงเป็นจุด เพือจะให้ทราบตำแหน่งธาตุก็ได้ แต่อาจจะต้องยิงหลายจุด จะมีวิธี การหาตำแหน่งของธาตุแบบรวดเร็ว ดูการกระจายตัว เช็คเพสที่เรียกว่า Mapping ตามผล  ด้านล่างเราก็จะทราบ ตำแหน่งแต่ละธาตุว่าอยู่ส่วนใหนของตัวอย่างได้
การอ่านผล ยกตัวอย่างตรงตำแหน่งภาพช่อง Fe เหล็ก เราพบว่าตรงตำแหน่งสีสว่างมากตาม ภาพเป็นสีเหลืองจะมี Fe มากรองลงมาสีเขียว สีฟ้า น้ำเงินมีปริมาณน้อยมาก ส่วนสีดำไม่มี Fe

บทความที่เกี่ยวข้องและการดูผล : การทำ Mapping แบบเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ คลิกค่ะ
*** ภาพแสดงในเว็บขนาด 580×355 ส่วนภาพจริงจะมีขนาด 1024×420

 

สรุป ตัวอย่างที่สองที่เกิดสนิมมากจะมีปริมาณออกไซด์เหล็กมากขึ้น (Fe2O3) และออกซิเจนมาก (O) และตัวอย่างที่สองจะไม่มี Mg แมกนีเซียม ,Al อลูมิเนียมในตัวอย่างเหมือนตัวอย่างแรก

*********************************************************************

สุดท้ายขอขอบคุณ Do SEM ที่เปิดพื้นที่ให้ มากๆครับ ติดตามบทความต่อๆไปนะครับ

น้อมรับทุกคำชี้แนะครับ Mr.Golf (สิงห์เฒ่าซ่อมเซ็ม) manatsanan2007@hotmail.com
หรือมาพบปะพูดคุยได้ตามประสาได้ที่ BigC จ.สุรินทร์ (แอร์ฟรี 555 จริงๆนะครับ) หรือมา
ติดตามเป็นเพื่อนผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค ตามลิงค์ด้านล่างเลยครับ
http://www.facebook.com/JeolOxfordInstruments?ref=hl
*********************************************************************
สกรู,screw,วิเคราะห์สนิม,วิเคราะห์เหล็ก,วิเคราะห์screw,วิเคราะห์สกรู,ทดสอบสกรู

บทความน่าสนใจอื่นๆ
สกรู Screw วิเคราะห์ความเสียหายของวัสดุ ด้วยเครื่อง SEM/EDS คลิก
วิเคราะห์ผ้าเบรค Brake Pad Analysis ด้วยเครื่อง SEM,EDS แบบไม่ทำลายตัวอย่าง คลิก

วิเคราะห์ลายปริ้น แผ่น PCB, Flux และคราบสกปรกบนชิ้นส่วนไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรม คลิก 
สาละ สาละลังกา สาละอินเดีย หรือ ลูกปืนใหญ่ (Cannonball,Sal Tree) คลิก 
Failure Analysis วิเคราะห์ความเสียหายของวัสดุ ด้วยเครื่อง SEM,EDS  คลิก         

วิเคราะห์ปูนซีเมนต์ Cement ด้วยเครื่อง SEM และ EDS/EDX คลิก 
กระดาษ เยื้อกระดาษ วิเคราะห์ด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนฯ SEM และ EDSคลิก 
Detector Cool Down สำหรับเครื่องวิเคราะห์ธาตุ EDS/EDX คลิก 
Detector warm up สำหรับ OXFORD EDS คลิก  
EDS ,EDX resolution check มาเช็คสุขภาพเครื่องวิเคราะห์ธาตุ EDS,EDX กัน คลิก 
มหัศจรรย์หนอนผีเสื้อ” วงศ์ Tineidae ” ผ่านกล้องจุลทรรศน์ คลิก 
CAMEO คือเทคนิคการวิเคราะห์เฟสของวัสดุ เชิงคุณภาพด้วยเครื่อง EDS,EDX คลิก 
โหมดภาพจากกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคป แบบส่องกราด คลิก
การวิเคราะห์ธาตุ ตามแนวกำหนดเส้นส่องกราดแบบ Linescan คลิก 
การวิเคราะห์การกระจายตัว และหาตำแหน่งของสาร/ธาตุ ด้วยวิธีการ Mapping คลิก 
ส้มจิ๊ดถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์ฯ SEM และวิเคราห์ธาตุด้วย EDS,EDX คลิก 
วิเคราะห์ธาตุเชิงปริมาณ เชิงคุณภาพด้วย EDS,EDX คลิก 
สะเก็ดแผล ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนฯ คลิก 
วิเคราะห์อิฐมวลเบา อิฐเบา อิฐขาว ด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนฯ SEM,EDS/EDX คลิก 
แป้งเด็ก แป็งเย็น ผงแป้ง ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนฯ SEM และวิเคราะห์ธาตุด้วย EDS,EDX คลิก 
เทคนิคการวิเคราะห์ธาตุด้วย EDS หรือ EDX, WDX หรือ WDS, และ EPMA แบบใหนดีกว่ากัน คลิก 
วิเคราะห์เส้นผม วิเคราะห์เส้นขน คลิก มหัศจรรย์ผึ้งน้อย คลิก 
จุลินทรีย์ คือสิ่งสิ่งมีชีวิตที่สายตาเปล่า คนเรามองไม่เห็น คลิก 
การวิเคราะห์เส้นใย สิ่งทอ เส้นไหม เส้นใยสังเคราะห์ fibers คลิก 
วิเคราะห์ความเสียหายวัสดุและอุปกรณ์ ในวงการอิเล็กทรอนิกส์ เซมิคอนดักเตอร์ ฮาร์ดดิสก์ ไฟฟ้า คลิก
แร่ธาตุในข้าวหอมมะลิ คลิก

สถานที่ให้และรับบริการ SEM,EDS : ใกล้ฟิวเจอร์รังสิต และดรีมเวิลด์

Do SEM บริการเครื่อง SEM กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคป แบบส่องกราด

วิเคราะห์ผ้าเบรค Brake Pad Analysis ด้วยเครื่อง SEM,EDS แบบไม่ทำลายตัวอย่าง

วิเคราะห์ผ้าเบรค Brake Pad Analysis ด้วยเครื่อง SEM,EDS แบบไม่ทำลายตัวอย่าง

ผ้าเบรคมีหลายแบบ ใช้กับรถจักรยานยนต์ รถยนต์ ซึ่งรถยนต์ก็จะมีขนาดเล็ก ขนาดกลาง และใช้กับรถบรรทุกขนาดใหญ่ เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีชนิดของผ้าเบรคแบบอ่อน แบบแข็ง และอื่นๆเป็นต้น แต่ละยี่ห้อก็จะมีส่วนผสมและการกระจายตัวของวัสดุที่นำมาทำก็จะแตกต่าง กันออกไป และจะเป็นตัวที่เช็คคุณภาพผ้าเบรคได้ในระดับหนึ่ง


บทความนี้เราจะเสนอผ้าเบรคที่ใช้กับรถเก่งขนาดกลาง ลักษณะผ้าเบรคตามภาพล่าง เป็น ผ้าเบรคผ่านการใช้งานมาแล้ว 5 หมื่นกิโล เราจะนำเข้าเครื่องแบบนี้เลย โดยที่ไม่ต้องฉาบ เคลือบทอง ,คาร์บอน หรือสารอื่นๆให้นำไฟฟ้า ก่อนเข้าเครื่องวิเคราะห์ด้วยเครื่อง SEM,EDS
ข้อดี การไม่ฉาบเคลือบสารให้นำไฟฟ้า จะได้ผลวิเคราะห์เชิงคุณภาพเชิงปริมาณที่แม่นยำ ตัวอย่าง ถ้าเราฉาบผ้าเบรคด้วยทอง พีค Au ทองจะเหลื่อม(Overlap)พีคของ S ซัลเฟอร์ ซึ่งผ้าเบรคจะมีส่วนประกอบของซัลเฟอร์ และที่สำคัญมีผ้าเบรคยี่ห้อหนึ่งมีส่วนผสมของ ทองคำแท้ๆอยู่ด้วย มันจะเป็นผลดีต่อการวิเคราะห์ด้วย กับตัวอย่างที่มีทองมีส่วนประกอบ โดยที่เราไม่ฉาบทองกับตัวอย่างนั้น อีกตัวอย่าง ถ้าเราฉาบผ้าเบรคด้วย C คาร์บอน เชิงปริมาณของธาตุนี้จะได้ผลที่ขาดความ แม่นยำ เพราะส่วนใหญ่ผ้าเบรคจะมีส่วนผสมของ C คาร์บอนอยู่แล้ว

คำถาม ถ้าเราไม่ฉาบผ้าเบรคให้นำไฟฟ้า เราจะสามารถ นำเข้าเครื่อง SEM และวิเคราะห์ ด้วยเครื่อง EDS ได้ไหม คำตอบคือได้และดีด้วยครับ
เรามาดูด้านกายภาพ ของผ้าเบรค ด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคป SEM ตามภาพเป็นภาพเป็นภาพแบบ BEI COMPO ข้อดีภาพแบบนี้คือสามารถแยกเพสของ วัสดุที่นำมาทำผ้าเบรคได้แบบคร่าวๆได้ว่า โดยตัวตัวจับสัญญาณ (BEI Detector) จะ แยกเฉดสีตามเลขอะตอมมิก (Atomic No.,Z) เฉดสีโทนสว่างคือเลขอะตอมมิกสูงหรือ เป็นกลุ่มธาตุหนักเช่น Cu ทองแดง เฉดสีโทนมืดคือเลขอะตอมมิกต่ำ หรือเป็นกลุ่ม ธาตุเบาเช่น C คาร์บอน เป็นต้น
บทความที่เกี่ยวข้อง เรื่องโหมดภาพ SEM/FE-SEM /EPMA : คลิกเพื่อดูบทความ
ตามภาพเป็นภาพผ้าเบรค ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM ที่ 20kv (กิโลโวลท์)  กำลังขยาย x 35เท่า สเกล 500 um (ไมครอน ) หรือ 0.5 มิลลิเมตร  ถ่ายในโหมด Low vacuum (ความเป็นสูญญากาศต่ำ) ภาพแบบ BEI COMPO ตัวอย่างผ้าเบรค ไม่ได้ฉาบเคลือบด้วยทอง,คาร์บอน หรืออื่นๆให้นำไฟฟ้า ถ่ายโดย www.dosem24hr.com

ตามภาพเป็นภาพผ้าเบรค ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM ที่ 20kv (กิโลโวลท์)  กำลังขยาย x 35เท่า สเกล 500 um (ไมครอน ) หรือ 0.5 มิลลิเมตร  ถ่ายในโหมด Low vacuum (ความเป็นสูญญากาศต่ำ) ภาพแบบ BEI COMPO ตัวอย่างผ้าเบรค ไม่ได้ฉาบเคลือบด้วยทอง,คาร์บอน หรืออื่นๆให้นำไฟฟ้า ถ่ายโดย www.dosem24hr.com

ตามภาพเป็นภาพผ้าเบรค ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM ที่ 20kv (กิโลโวลท์)  กำลังขยาย x 75เท่า สเกล 100 um (ไมครอน ) หรือ 0.1 มิลลิเมตร  ถ่ายในโหมด Low vacuum (ความเป็นสูญญากาศต่ำ) ภาพแบบ BEI COMPO ตัวอย่างผ้าเบรค ไม่ได้ฉาบเคลือบด้วยทอง,คาร์บอน หรืออื่นๆให้นำไฟฟ้า ถ่ายโดย www.dosem24hr.com

จากตำแหน่งภาพด้านบนเรามาวิเคราะห์ธาตุกันต่อ แบบพื้นที่ (Area analysis)
หลังจากดูภาพแล้ว เราจะเห็นลักษณะการกระจายตัวของวัสดุที่นำมาทำผ้าเบรค ว่าอยู่ใน ลักษณะใหนกันบ้าง แต่เราไม่ทราบว่ามีธาตุอะไรกันบ้าง และแต่ละธาตุอยู่ตำแหน่งใดกัน บ้าง เราจะวิเคราะห์กันต่อครับเพื่อหาคำตอบ ด้วยเครื่องวิเคราะห์ธาตุเชิงปริมาณ/คุณภาพ
วิเคราะห์ผ้าเบรค Brake Pad Analysis ด้วยเครื่องวิเคราะห์ธาตุ EDS/EDX วิเคราะห์ผ้าเบรคเชิงคุณภาพ Qualitative Analysis ตามภาพบนที่กำลังขยาย 75 เท่าเราจะวิเคราะห์ด้านเชิงคุณภาพ ทั้งภาพที่แสดง ผลการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ จะได้ผลเป็นกราฟเชิงคุณภาพเหมือนภาพล่าง
เราจะได้ผลว่ามีธาตุหรือสาร C คาร์บอน,O ออกซิเจน, Si ซิลิกอน,P ฟอสฟอร์รัส,  Ti ไททาเนียม,Cu ทองแดง,Mn แมงกานีส,S ซัลเฟอร์,Mg แมกนีเซียม,Al อลูมิเนียม ,Fe เหล็ก ,Ca แคลเซียม, Ba แบเรียม อยู่บนพื้นที่ที่เราวิเคราะห์ ตามภาพด้านบน
บทความที่เกี่ยวข้อง : วิเคราะห์ธาตุเชิงปริมาณ เชิงคุณภาพด้วย EDS,EDX คลิก

จากผลการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ เราทราบแล้วว่ามีธาตุอะไรบ้าง แต่ยังไม่ทราบว่า มีปริมาณธาตุใดๆอยู่เท่าไร เราจะมาวิเคราะห์เชิงปริมาณกันต่อ

วิเคราะห์ธาตุเชิงปริมาณ Qualitative Analysis

การวิเคราะห์เชิงปริมาณ เราจะได้ค่าเป็น Element % หรือเรียกอีกชื่อ Wt% (weight %) หรืออีกชื่อ Con% (concentration%) และ Atomic% และจะได้ ค่าธาตุ อยู่ในรูปแบบ คอมพาวด์ออกไซด์Compound % การอ่านผลยกตัวอย่าง จะได้ปริมาณ Al อลูมิเนียม 0.89% และ Al2O3 1.680%

บทความที่เกี่ยวข้อง : วิเคราะห์ธาตุเชิงปริมาณ เชิงคุณภาพด้วย EDS,EDX คลิก

ลักษณะผลเชิงปริมาณ แสดงเป็นแบบแท่งกราฟ (ผลเดียวกันกับด้านบน)

ผลวิเคราะห์ธาตุเชิงปริมาณ Qualitative Analysis อีกรูปแบบที่ไม่แสดง Compound% การวิเคราะห์เชิงปริมาณ เราจะได้ค่าเป็น Element % หรือเรียกอีกชื่อ Wt% (weight %) หรืออีกชื่อ Con% (concentration%) และ Atomic%

การอ่านผลยกตัวอย่างจะได้ปริมาณCu ทองแดง 3.20 %
บทความที่เกี่ยวข้อง : วิเคราะห์ธาตุเชิงปริมาณ เชิงคุณภาพด้วย EDS,EDX คลิก


การวิเคราะห์ดูการกระจายตัว แบบ Speed Mapping (เชิงคุณภาพ)
จากผลการวิเคราะห์เชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ เนื่องจากเราเลือกใช้วิเคราะห์ทั้งภาพ(Area) ไม่ได้เลือกใช้วิธียิงเป็นจุด (Point) ทำให้ผลที่ได้คือผลที่ได้ทั้งหมดที่เราเห็นตามภาพ ถ้า เราจะใช้วิธีการยิงเป็นจุด เพือจะให้ทราบตำแหน่งธาตุก็ได้ แต่อาจจะต้องยิงหลายจุด จะมีวิธี การหาตำแหน่งของธาตุแบบรวดเร็ว ดูการกระจายตัว เช็คเพสที่เรียกว่า Mapping ตามผล ด้านล่างเราก็จะทราบ ตำแหน่งแต่ละธาตุว่าอยู่ส่วนใหนของตัวอย่างได้
การอ่านผล ยกตัวอย่างตรงตำแหน่งภาพที่เป็นวงกลม เราพบว่าเป็นตำแหน่ง Si และ Al ซึ่งจะอยู่ตำแหน่งเดียวกัน

บทความที่เกี่ยวข้องและการดูผล : การทำ Mapping แบบเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ คลิกค่ะ
*** ภาพแสดงในเว็บขนาด 580×355 ส่วนภาพจริงจะมีขนาด 1024×420


ตามภาพเป็นภาพผ้าเบรค ที่กำลังขยาย 350 เท่า ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM ที่ 20kv (กิโลโวลท์)  กำลังขยาย x 350 เท่า สเกล 50 um (ไมครอน ) หรือ 0.05 มิลลิเมตร  ถ่ายในโหมด Low vacuum (ความเป็นสูญญากาศต่ำ) ภาพแบบ BEI COMPO +Shadow ตัวอย่างผ้าเบรค ไม่ได้ฉาบเคลือบด้วยทอง,คาร์บอน หรืออื่นๆให้นำไฟฟ้า ถ่ายโดยwww.dosem24hr.com

ตามภาพล่างเป็นภาพผ้าเบรค ที่กำลังขยาย 350 เท่า แบบกลับเฉดสีดำเป็นขาว ขาวเป็นดำ เพื่อดูตำหนิบริเวณสีดำก่อนหน้า ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM ที่ 20kv (กิโลโวลท์)  กำลังขยาย x 350 เท่า สเกล 50 um (ไมครอน ) หรือ 0.05 มิลลิเมตร  ถ่ายในโหมด Low vacuum (ความเป็นสูญญากาศต่ำ) ภาพแบบ BEI COMPO +Shadow ตัวอย่างผ้าเบรค ไม่ได้ฉาบเคลือบด้วยทอง,คาร์บอน หรืออื่นๆให้นำไฟฟ้า ถ่ายโดยwww.dosem24hr.com

ตามภาพล่างเป็นภาพผ้าเบรค ที่กำลังขยาย 350 เท่า แบบ TOPO เพื่อดูความสูงต่ำของผิวผ้า เบรค ดูความสึกหรอของผ้าเบรค ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM ที่ 20kv (กิโลโวลท์)  กำลังขยาย x 350 เท่า สเกล 50 um (ไมครอน ) หรือ 0.05 มิลลิเมตร  ถ่ายในโหมด Low vacuum (ความเป็นสูญญากาศต่ำ) ภาพแบบ BEI TOPO ตัวอย่างผ้าเบรค ไม่ได้ฉาบเคลือบด้วยทอง,คาร์บอน หรืออื่นๆให้นำไฟฟ้า ถ่ายโดยwww.dosem24hr.com

ตามภาพบนที่กำลังขยาย 350 เท่าเราจะวิเคราะห์ด้านเชิงคุณภาพ ทั้งภาพที่แสดง ผลการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ จะได้ผลเป็นกราฟเชิงคุณภาพเหมือนภาพล่าง
เราจะได้ผลว่ามีธาตุหรือสาร C คาร์บอน,O ออกซิเจน, Si ซิลิกอน,P ฟอสฟอร์รัส,  Ti ไททาเนียม,Cu ทองแดง,Mn แมงกานีส,S ซัลเฟอร์,Mg แมกนีเซียม,Al อลูมิเนียม ,Fe เหล็ก ,Ca แคลเซียม, Ba แบเรียม อยู่บนพื้นที่ที่เราวิเคราะห์ ตามภาพด้านบน
บทความที่เกี่ยวข้อง : วิเคราะห์ธาตุเชิงปริมาณ เชิงคุณภาพด้วย EDS,EDX คลิก


วิเคราะห์ธาตุเชิงปริมาณ Qualitative Analysis

การวิเคราะห์เชิงปริมาณ เราจะได้ค่าเป็น Element % หรือเรียกอีกชื่อ Wt% (weight %) หรืออีกชื่อ Con% (concentration%) และ Atomic% และจะได้ ค่าธาตุ อยู่ในรูปแบบ คอมพาวด์ออกไซด์Compound % การอ่านผลยกตัวอย่าง จะได้ปริมาณ Al อลูมิเนียม 1.15% และ Al2O3 2.180%

บทความที่เกี่ยวข้อง : วิเคราะห์ธาตุเชิงปริมาณ เชิงคุณภาพด้วย EDS,EDX คลิก

ลักษณะผลเชิงปริมาณ แสดงเป็นแบบแท่งกราฟ (ผลเดียวกันกับด้านบน)

การวิเคราะห์ดูการกระจายตัว แบบ Speed Mapping (เชิงคุณภาพ)

บทความที่เกี่ยวข้องและการดูผล : การทำ Mapping แบบเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ คลิกค่ะ
*** ภาพแสดงในเว็บขนาด 580×355 ส่วนภาพจริงจะมีขนาด 1024×420

ตามภาพล่างเป็นภาพผ้าเบรค ที่กำลังขยาย 35 เท่า แบบ ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM ที่ 20kv (กิโลโวลท์)  กำลังขยาย x 35 เท่า สเกล 500 um (ไมครอน ) หรือ 0.5 มิลลิเมตร  ถ่ายในโหมด Low vacuum (ความเป็นสูญญากาศต่ำ) ภาพแบบ BEI COMPO ตัวอย่างผ้าเบรค ไม่ได้ฉาบเคลือบด้วยทอง,คาร์บอน หรืออื่นๆให้นำไฟฟ้า ถ่ายโดยwww.dosem24hr.com

จากภาพบน เรามาเช็คเฟสวัสดุด้วยวิธี Quant Colour กันตามผลล่าง ภาพที่ได้จะแยกเพสวัสดุกันค่อนข้างชัดเจน โดยเฉดสีสว่างเป็นธาตุหนัก เช่นขาว ชมพู แดง ส่วนโทนมืด ดำ น้ำเงิน ฟ้าเป็นธาตุเบา และเขียว เหลืองเป็นค่าอยู่ระหว่างกลาง
ยกตัวอย่าง ตำแหน่งสีชมพูและแดงตามภาพล่างจะเป็นธาตุ Cu ทองแดง

การเช็คเพสวัสดุเชิงคุณภาพแบบ Cameo แสดงระดับพลังงาน 0.1-10 kev.

สรุป

การวิเคราะห์ผ้าเบรคแบบไม่ทำลายตัวอย่าง ด้วยวิธีการไม่ฉาบเคลือบสารให้นำไฟฟ้า เสร็จการวิเคราะห์แบบนี้เรา สามารถนำตัวอย่างนี้ไปวิเคราะห์ด้วยวิธีการอื่นๆต่อได้อีก หรือแม้แต่นำกลับไปใช้ ไปทดสอบกับรถจริงได้อีก ถ้าเรานำผ้าเบรคใหม่มาทดสอบ ลักษณะงานวิเคราะห์แบบนี้จะเป็นงาน R&D ส่วนใหญ่ การวิเคราะห์แบบนี้ตัวอย่างผ้า เบรคจะมีความชื้นค่อนข้างสูง แต่ก็มีวิธีการวิเคราะห์ และจะเป็นบทความต่อๆไปครับ
ผลวิเคราะห์จากการที่เราไม่ฉาบเคลือบตัวอย่างจะมีความแม่นยำสูงกว่า แบบฉาบเคลือบ และการวิเคราะห์แบบนี้ภาพที่ได้จากเครื่อง SEM จะเป็นแบบ BEI COMPO ที่สามารถ แยกสีเพสวัสดุออกได้ตามค่า Atomic No.,Z จะมองง่ายกว่าการใช้ภาพแบบ SEI ทั่วไป ที่เราเข้ารับบริการ (กรณีตัวอย่างไม่นำไฟฟ้า) บทความที่เกี่ยวข้อง เรื่องโหมดภาพ SEM/FE-SEM /EPMA : คลิกเพื่อดูบทความ
***************************************************

สุดท้ายขอขอบคุณ Do SEM ที่เปิดพื้นที่ให้ มากๆครับ ติดตามบทความต่อๆไปนะครับ
น้อมรับทุกคำชี้แนะครับ Mr.Golf (สิงห์เฒ่าซ่อมเซ็ม) manatsanan2007@hotmail.com
หรือมาพบปะพูดคุยได้ตามประสาได้ที่ BigC จ.สุรินทร์ (แอร์ฟรี 555 จริงๆนะครับ) หรือมา
ติดตามเป็นเพื่อนผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค ตามลิงค์ด้านล่างเลยครับ
http://www.facebook.com/JeolOxfordInstruments?ref=hl
*********************************************************************
ผ้าเบรค,brake pad,ทดสอบผ้าเบรค,ทดสอบbrake,brake pad analysis,วิเคราะห์ผ้าเบรค

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับผ้าดิสก์เบรก
ชนิดของผ้าดิสก์เบรก ผ้าดิสก์เบรกที่มีจำหน่ายกันอยู่ในท้องตลาดขณะนี้สามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆดังนี้
1. กลุ่มผ้าดิสก์เบรกราคาถูกทั่วไปที่มีส่วนผสมของสาร Asbestos หรือที่เรียกกันว่า “ผ้าใบ” จะมีแร่ใยหินเป็นส่วนประกอบ คุณสมบัติในการเบรก จะใช้ได้ในความเร็วต่ำๆ หรือระยะต้นๆ แต่เมื่อความเร็วสูงขึ้น ประสิทธิภาพในการเบรกจะลดลงอย่าง รวดเร็ว และที่สำคัญ อายุการใช้งานจะสั้น ผ้าดิสก์เบรกหมดเร็ว นอกจากนั้นแร่ใยหินมีผลต่อสุขภาพ ในปัจจุบัน จึงมีการใช้น้อยลง

2. กลุ่มที่ไม่มีส่วนผสมของสาร Asbestor หรือกลุ่ม Non-organic แบ่งออกเป็น 2ชนิด คือ    2.1 ชนิดที่มีส่วนผสมส่วนใหญ่เป็นโลหะ (Semi-metallic) จะเป็นผ้าดิสก์เบรกของ ผู้ผลิตจากยุโรป หรืออเมริกา เช่น Bendix Mintex    2.2 ชนิดที่มีส่วนผสมของสารอนินทรีย์อื่นๆ จะเป็นผ้าดิสก์เบรกของผู้ผลิตจากญี่ปุ่นเช่น Akebono ทั้งสองชนิดนี้จัดเป็น ผ้าดิสก์เบรกที่เกรดใกล้เคียงกัน

ที่มาและรายละเอียดเพิ่มเติมคลิก : http://www.thaimazda3.com/forum/index.php?showtopic=15612&mode=threaded

สถานที่ให้และรับบริการ SEM,EDS : ใกล้ฟิวเจอร์รังสิต และดรีมเวิลด์

Do SEM บริการเครื่อง SEM กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคป แบบส่องกราด

วิเคราะห์ลายปริ้น แผ่น PCB, Flux และคราบสกปรกบนชิ้นส่วนไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนอุตสาหกรรม แบบไม่ทำลายตัวอย่าง

วิเคราะห์ลายปริ้น แผ่น PCB, Flux และคราบสกปรกบนชิ้นส่วนไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนอุตสาหกรรม แบบไม่ทำลายตัวอย่าง

การวิเคราะห์แบบไม่ทำลายตัวอย่าง บทวิเคราะห์นี้หมายถึง การที่เรานำตัวอย่างมาทดสอบด้วย กล้องจุลทรรศน์จุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปหรือเครื่อง SEM นั้น เราจะไม่นำตัวอย่างไป ฉาบเคลือบสารใดๆให้ตัวอย่างนั้นนำไฟฟ้าเลย ไม่ว่าจะฉาบเคลือบด้วยคาร์บอน,ทอง,พาลาเดียม หรือไททาเนียม เราสามารถนำตัวอย่างที่วิเคราะห์ด้วยวิธีนี้ ไปทดสอบกับเครื่องมืออื่นๆได้ต่อ หรือแม้แต่สามารถนำกลับไปใช้งานได้ ดังเช่นตัวอย่างที่เรานำมาทดสอบกัน กับบทความนี้

การทดสอบแบบไม่ทำลายตัวอย่าง สามารถทดสอบวิเคราะห์ วัสดุได้ทุกประเภท จะนำไฟฟ้าได้ นำไฟฟ้าได้บ้าง หรือไม่นำไฟฟ้าเลยก็ได้ เช่นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไฟฟ้า วัสดุยานยนต์ โลหะ เซรามิก ปูนซีเมนต์ งานทดสอบความเสียหายของวัสดุ ชีววิทยา พืช สัตว์ และอื่นๆ ทดสอบอะไร ได้บ้างลองติดต่อห้องปฏิบัติการ SEM/EDSทาง www.dosem24hr.com กันดูนะครับ

ตัวอย่างที่นำมาทดสอบ และวิเคราะห์คือ RAM ที่ใช้กับ Notebook ดังภาพ ตัวอย่างนี้ จะเป็นลักษณะนำไฟฟ้าได้บ้าง เพราะส่วนประกอบที่เป็นแผ่นจะเป็น Epoxy ส่วนหนึ่งที่ ไม่นำไฟฟ้าเลย ถ้าจะดูกับเครื่อง SEM ทั่วๆไปจะต้องทำให้นำไฟฟ้าทั้งหมดก่อน โดย การนำไปฉาบเคลือบสารให้นำไฟฟ้า แต่เราจะไม่ฉาบสารให้นำไฟฟ้า เพราะหลังการ ทดสอบเราจะนำ RAM นี้กลับไปใช้งานต่อได้อีก

ตามภาพ RAM ด้านบน เราจะวิเคราะห์บริเวณลายปริ้นที่เสียบเชื่อมต่อกับ Slot ที่เป็นสีทอง ถ้าดูด้วยตาเปล่าก็จะมองเห็นรอยดำลางๆ เราจะวิเคราะห์จุดนี้ ส่วนการดูลายวงจร รอยบัดกรี ให้ดูบทความที่เกี่ยวข้องตามลิงค์ด้านล่าง บทความที่เกี่ยวข้อง : วิเคราะห์ความเสียหายของวัสดุ และอุปกรณ์ไฟฟ้า-อิเล็กทรอนิกส์  คลิก

ตามภาพเป็นภาพที่ถ่ายลายปริ้น PCB ที่มีปัญหาพบว่ามีคราบสกปรกติดอยู่บนผิว ถ่ายด้วย BEI Dedector ภาพแบบ COMPO ซึ่งสามารถแยกความแตกต่างและเฉดสีวัสดุออกตาม Atomic No.(Z) สามารถเช็คเพสของวัสดุแบบง่ายๆได้ เช็คการจับตัวของวัสดุ พอบอกคร่าวๆ ว่า วัสดุที่มีโทนสีมืดมี Z ต่ำและวัสดุที่มีโทนสีสว่างมี Z สูง (มวลอะตอม Atomic No.หรือ Z)
ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM  ที่ 20kv (กิโลโวลท์)  กำลังขยาย x 35เท่า สเกล 500 um (ไมครอน ) หรือ 0.5 มิลลิเมตร  ถ่ายในโหมด Low vacuum (ความเป็นสูญญากาศต่ำ) ภาพแบบ BEI COMPO ตัวอย่างลายปริ้น PCBไม่ได้ฉาบเคลือบด้วยทอง ถ่ายโดย www.dosem24hr.com

ภาพล่างนี้เป็นภาพเดียวกันกับด้านบน แต่เรากลับโทนสีให้ตรงกันข้าม โดยโทนสีสว่าง จะปรับเป็นโทนมืด และมืดออกโทนสว่างแทน วัตุประสงค์เพื่อจะได้เห็นตำหนิได้ชัดเจน

ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM  ที่ 20kv (กิโลโวลท์)  กำลังขยาย x 35เท่า สเกล 500 um (ไมครอน ) หรือ 0.5 มิลลิเมตร  ถ่ายในโหมด Low vacuum (ความเป็นสูญญากาศต่ำ) ภาพแบบ BEI COMPO ตัวอย่างลายปริ้น PCBไม่ได้ฉาบเคลือบด้วยทอง ถ่ายโดย www.dosem24hr.com

ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM  ที่ 20kv (กิโลโวลท์)  กำลังขยาย x 35เท่า สเกล 500 um (ไมครอน ) หรือ 0.5 มิลลิเมตร  ถ่ายในโหมด Low vacuum (ความเป็นสูญญากาศต่ำ) ภาพแบบ BEI COMPO ตัวอย่างลายปริ้น PCBไม่ได้ฉาบเคลือบด้วยทอง ถ่ายโดย www.dosem24hr.com

ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM  ที่ 20kv (กิโลโวลท์)  กำลังขยาย x 100 เท่า สเกล 100 um (ไมครอน ) หรือ 0.1 มิลลิเมตร  ถ่ายในโหมด Low vacuum (ความเป็นสูญญากาศต่ำ) ภาพแบบ BEI COMPO ตัวอย่างลายปริ้น PCBไม่ได้ฉาบเคลือบด้วยทอง ถ่ายโดย www.dosem24hr.com
เราเพิ่มกำลังขยายขึ้นเป็น 100 เท่าเพื่อดูตำหนิให้ชัดขึ้น พร้อมทั้งใช้โปรแกรม SemAfore วัดขนาดความกว้างลายปริ้นได้ประมาณ 470 um และระหว่าง Gap วัดได้ประมาณ 200 um(ไมโครเมตร)

ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคปแบบส่องกราด SEM  ที่ 20kv (กิโลโวลท์)  กำลังขยาย x 350 เท่า สเกล 50 um (ไมครอน ) หรือ 0.05 มิลลิเมตร  ถ่ายในโหมด Low vacuum (ความเป็นสูญญากาศต่ำ) ภาพแบบ BEI COMPO ตัวอย่างลายปริ้น PCBไม่ได้ฉาบเคลือบด้วยทอง ถ่ายโดย www.dosem24hr.com เราเพิ่มกำลังขยายขึ้นเป็น 350เท่า เพื่อจะให้เห็นเฉพาะลายปริ้น และคราบสกปรก ที่เป็นตำหนิ และตำแหน่งนี้เอง เราจะทำการวิเคราะห์ธาตุด้วยเครื่อง EDS/EDX กัน และจะสังเกตุได้ว่าจะมีรอยขูดขีดบนลายปริ้น PCB เป็นรอยที่เราเสียบเข้าออกกับ Slot นั้นเอง จะเป็นรอยยาวเส้นตรงแนวตั้ง ตามภาพด้านซ้ายของตำหนิ

จากตำแหน่งภาพด้านบนเรามาวิเคราะห์ธาตุกันต่อ แบบพื้นที่ (Area analysis)
วิเคราะห์ธาตุเชิงคุณภาพ Qualitative Analysis
ผลวิเคราะห์เชิงคุณภาพ
เราจะได้ผลว่ามีธาตุหรือสาร C คาร์บอน,O ออกซิเจน Br โบรมีน, Si ซิลิกอน, Ni นิเกิล,Cu ทองแดง,Au ทอง อยู่บนพื้นที่ที่เราวิเคราะห์ ตามภาพด้านบน
บทความที่เกี่ยวข้อง : วิเคราะห์ธาตุเชิงปริมาณ เชิงคุณภาพด้วย EDS,EDX คลิก

กราฟสเป็กตรัมอีกแบบ ซึ่งผลเหมือนด้านบน ต่างกันแค่การแสดงสีพื้น

จากผลการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ เราทราบแล้วว่ามีธาตุอะไรบ้าง แต่ยังไม่ทราบว่า มีปริมาณธาตุใดๆอยู่เท่าไร เราจะมาวิเคราะห์เชิงปริมาณกันต่อ

วิเคราะห์ธาตุเชิงปริมาณ Qualitative Analysis
การวิเคราะห์เชิงปริมาณ เราจะได้ค่าเป็น Element % หรือเรียกอีกชื่อ Wt% (weight %)หรืออีกชื่อ Con% (concentration%) และ Atomic% และจะได้ ค่าธาตุ อยู่ในรูปแบบคอมพาวด์ออกไซด์Compound % การอ่านผลยกตัวอย่าง จะได้ปริมาณ Au ทอง 49.74% และ Au2O3 55.80%

บทความที่เกี่ยวข้อง : วิเคราะห์ธาตุเชิงปริมาณ เชิงคุณภาพด้วย EDS,EDX คลิก

การแสดงผลเชิงปริมาณในรูปแบบกราฟแท่ง

การวิเคราะห์ดูการกระจายตัว แบบ Speed Mapping (เชิงคุณภาพ)
จากผลการวิเคราะห์เชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ เนื่องจากเราเลือกใช้วิเคราะห์ทั้งภาพ(Area) ไม่ได้เลือกใช้วิธียิงเป็นจุด (Point) ทำให้ผลที่ได้คือผลที่ได้ทั้งหมดที่เราเห็นตามภาพ ถ้า เราจะใช้วิธีการยิงเป็นจุด เพือจะให้ทราบตำแหน่งธาตุก็ได้ แต่อาจจะต้องยิงหลายจุด จะมีวิธี การหาตำแหน่งของธาตุแบบรวดเร็ว ดูการกระจายตัว เช็คเพสที่เรียกว่า Mapping ตามผล ด้านล่างเราก็จะทราบ ตำแหน่งแต่ละธาตุว่าอยู่ส่วนใหนของตัวอย่างได้
การอ่านผลยกตัวอย่างตรงรอยตำหนิ เราพบว่าเป็นตำแหน่ง C, O และ Ni และตำแหน่ง นี้จะไม่มี Au และ Br แสดงคราบนี้ทำให้ Au หลุดออกไปจนเห็นชั้นที่อยู่ต่ำลงไปคือ Ni หรือบอกได้ว่า Au อยู่บริเวณผิวบนสุด และ Br ,Cu

บทความที่เกี่ยวข้องและการดูผล : การทำ Mapping แบบเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ คลิกค่ะ

ตามภาพล่าง เราลดกำลังขยายลง เพื่อต้องการวิเคราะห์ธาตุตามพื้นที่ที่กว้าง ขึ้น โดยจะให้วิเคราะห์บริเวณ Gap ด้วย

วิเคราะห์ธาตุเชิงปริมาณ Qualitative Analysis กับพื้นที่ที่กว้างขึ้น

การวิเคราะห์เชิงปริมาณ เราจะได้ค่าเป็น Element % หรือเรียกอีกชื่อ Wt% (weight %) หรืออีกชื่อ Con% (concentration%) และ Atomic%  การอ่านผลยกตัวอย่างจะได้ปริมาณ Au ทอง 73.68% ที่มากขึ้น
บทความที่เกี่ยวข้อง : วิเคราะห์ธาตุเชิงปริมาณ เชิงคุณภาพด้วย EDS,EDX คลิก

การแสดงผลเชิงปริมาณในรูปแบบกราฟแท่ง

การวิเคราะห์ดูการกระจายตัว แบบ Speed Mapping (เชิงคุณภาพ)
การอ่านผลยกตัวอย่างตรงรอย Gap พบว่าเป็นตำแหน่ง C, O และ Br ที่ค่อนข้างเยอะ บริเวณลายปริ้นจะเป็นตำแหน่ง Au,Ni และ Cu

บทความที่เกี่ยวข้องและการดูผล : การทำ Mapping แบบเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ คลิกค่ะ

การวิเคราะห์ดูการกระจายตัวตามเส้นแนว แบบ Speed Line Scan (เชิงคุณภาพ)

เราสามารถกำหนดเส้นบนตำแหน่งที่เราสนใจต้องการ ทราบว่ามีอะไรณ.ตำแหน่งที่เรา ลากเส้นผ่านได้
ตามภาพล่างเส้นสีเหลืองคือเส้นที่เรากำหนดที่เราจะทำ Line Scan ซ้ายสุดคือจุดเริ่ม

ผลวิเคราะห์ตามเส้นลากผ่าน ผลตามภาพด้านล่าง ตามภาพล่างแนวแกน X คือระยะตามที่เรากำหนดเส้นสแกน
ส่วนแกน Y เป็นค่า Cts. (Count per Sec.)
บทความที่เกี่ยวข้องและการดูผล : การทำ Line Scan แบบเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ คลิกค่ะ

การรวมผล Speed Line Scan เข้ากับภาพ ตามภาพเป็นการรวมภาพ,Au และ Br เข้าด้วยกัน

การวิเคราะห์ดูการกระจายตัวตามเส้นแนว แบบ Quant Line Scan (เชิงปริมาณ)
เราสามารถกำหนดเส้นบนตำแหน่งที่เราสนใจต้องการ ทราบว่ามีอะไรณ.ตำแหน่งที่เรา ลากเส้นผ่านได้
ตามภาพล่างเส้นสีเหลืองคือเส้นที่เรากำหนดที่เราจะทำ Line Scan ซ้ายสุดคือจุดเริ่ม

ผลวิเคราะห์ตามเส้นลากผ่าน ผลตามภาพด้านล่าง ตามภาพล่างแนวแกน X คือระยะตามที่เรากำหนดเส้นสแกน ส่วนแกน Y เป็นค่า Element%
บทความที่เกี่ยวข้องและการดูผล : การทำ Line Scan แบบเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ คลิกค่ะ

การรวมผล Quant Line Scan เข้ากับภาพ ตามภาพเป็นการรวมภาพ,Au และ Br เข้าด้วยกันและแกน Y บอกค่า Element% 0-80% ตามปริมาณที่มีมากสุด

ตามภาพเราเปลี่ยนจุดการวิเคราะห์ บริเวณที่มีคราบสกปรกอีกจุดบนแผ่น PCB

จากตำแหน่งภาพด้านบนเรามาวิเคราะห์ธาตุกันต่อ แบบพื้นที่ (Area analysis)

วิเคราะห์ธาตุเชิงคุณภาพ Qualitative Analysis
ผลวิเคราะห์เชิงคุณภาพ
เราจะได้ผลว่ามีธาตุหรือสาร C คาร์บอน,O ออกซิเจน Br โบรมีน, Si ซิลิกอน, Fe เหล็ก,Cu ทองแดง,
Pb ตะกั่ว,Sn ดีบุก,As สารหนู Cd แคดเมียม,Zn สังกสี,Cl ครอรีน อยู่บนพื้นที่ที่เราวิเคราะห์ตามภาพด้านบน
บทความที่เกี่ยวข้อง : วิเคราะห์ธาตุเชิงปริมาณ เชิงคุณภาพด้วย EDS,EDX คลิก


กราฟสเป็กตรัมอีกแบบ ซึ่งผลเหมิอนด้านบน ต่างกันแค่การแสดงสีพื้น (ภาพล่าง)

วิเคราะห์ธาตุเชิงปริมาณ Qualitative Analysis
การวิเคราะห์เชิงปริมาณ เราจะได้ค่าเป็น Element % หรือเรียกอีกชื่อ Wt% (weight %)หรืออีกชื่อ Con%
(concentration%) และ Atomic%  การอ่านผลยกตัวอย่างจะได้ปริมาณ Cd แคดเมียม 0.12 %

บทความที่เกี่ยวข้อง : วิเคราะห์ธาตุเชิงปริมาณ เชิงคุณภาพด้วย EDS,EDX คลิก

สรุป
ข้อดีการวิเคราะห์แบบไม่ทำลายตัวอย่าง โดยการไม่ฉาบเคลือบทอง,คาร์บอน หรืออื่นๆ จะทำให้ผลการวิเคราะห์ธาตุเชิงปริมาณมีความแม่นยำ เพราะถ้าเรา ฉาบเคลือบคาร์บอนก็จะทำให้ %คาร์บอน C มีความเที่ยงตรงจะลดลง ตรงกัน ข้ามถ้าเราฉาบเคลือบด้วยทอง การวิเคราะห์ธาตุเบา เช่น C,O,N อื่นๆก็จะมีความ เที่ยงตรงลดลงเช่นกัน ไม่เฉพาะฉาบทองเท่านั้นที่จะทำให้ % ธาตุเบาขาดความ แม่นยำ ยังมีการฉาบเคลือบด้วยพาราเดียม แพทตินัม หรือไททาเนียมเป็นต้น อีกปัญหาหนึ่งคือการเกิดการพีคเหลื่อม Overlap กัน เช่นการฉาบเคลือบทอง จะทำให้ ตัวอย่างที่เราวิเคราะห์ถ้ามี Sซัลเฟอร์ จะทำให้ปริมาณ S ขาดความแม่น ยำ เพราะพีค S อยู่ติดและเหลื่อมกันกับ Au ถึงแม้ว่าจะมีโปรแกรมการชดเชยบอก ให้โปรแกรมทราบว่าเราฉาบเคลือบตัวอย่างด้วยสารใดๆ ก่อนประมวลผลก็ตามที ก็ยังจะมีความคลาดเคลื่อนของผลอยู่บ้าง แต่ก็ยังดีกว่าไม่ชดเชย(compensate) ดีที่สุดก็คือการไม่ฉาบเคลือบ
ข้อดี อีกข้อภาพที่ถ่ายเราถ่ายเป็นภาพ BEI COMPO มันสามารถแยกความแตก ต่างสารของตัวอย่าง ตามเฉดสีตามมวลอะตอม (Atomic No.,Z)
ข้อเสีย ภาพ BEI COMPO ที่ได้แบบนี้จะมีความคมชัดน้อยกว่าภาพ SEI

***************************************************

สุดท้ายขอขอบคุณ Do SEM ที่เปิดพื้นที่ให้ มากๆครับ

น้อมรับทุกคำชี้แนะครับ Mr.Golf (สิงห์เฒ่าซ่อมเซ็ม) manatsanan2007@hotmail.com
หรือมาพบปะพูดคุยได้ตามประสาได้ที่ BigC จ.สุรินทร์ (แอร์ฟรี 555 จริงๆนะครับ) หรือมา
ติดตามเป็นเพื่อนผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค ตามลิงค์ด้านล่างเลยครับ
http://www.facebook.com/JeolOxfordInstruments?ref=hl
*********************************************************************
PCB,แผ่นPCB,แผ่นปริ้น,วิเคราะห์PCB,วิเคราะห์แผ่นปริ้น,ทดสอบPCB,ทดสอบวัสดุไฟฟ้า, ทดสอบวัสดุอิเล็กฯ,Contamination,วิเคราะห์คราบสกปรก

บทความน่าสนใจอื่นๆ

สถานที่ให้และรับบริการ SEM,EDS : ใกล้ฟิวเจอร์รังสิต และดรีมเวิลด์

Do SEM บริการเครื่อง SEM กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคป แบบส่องกราด